๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐ มีหลักการและเหตุผลในการก�ำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและ
ปราบปรามการกระท� ำ ต่ อ ระบบคอมพิ ว เตอร์ ที่ ไ ม่ ส ามารถท� ำ งานตามค� ำ สั่ ง
ทีก่ ำ� หนดไว้ หรือท�ำให้การท�ำงานผิดพลาดไปจากค�ำสัง่ ทีก่ ำ� หนดไว้ หรือใช้วธิ กี ารใด ๆ
เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือท�ำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์
โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็น
เท็จ หรือมีลักษณะอันลามกอนาจารให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือน
ต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ ความสงบสุขและศีลธรรมของ
ประชาชน โดยมีบทบัญญัตกิ ำ� หนดความผิดไว้ในมาตรา ๑๔ เกีย่ วกับการน�ำเข้าสูร่ ะบบคอมพิวเตอร์ซงึ่ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือ
เท็จ โดยประการทีน่ า่ จะเกิดความเสียหายแก่ผอู้ นื่ หรือประชาชนหรือต่อความมัน่ คงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตืน่ ตระหนก
แก่ประชาชน หรือมาตรา ๒๐ ซึง่ ก�ำหนดให้การท�ำให้แพร่หลายซึง่ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทอี่ าจกระทบกระเทือนต่อความมัน่ คง
แห่งราชอาณาจักรตามที่ก�ำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
ของประชาชน ซึ่งเมื่อบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไประยะหนึ่ง ได้มีการเสนอให้มีการทบทวนหลักการของกฎหมาย
อันเนื่องมาจากปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย การตีความที่คลาดเคลื่อนไปจากเจตนารมณ์ โดยที่ผ่านมาในทางปฏิบัติ
พนักงานเจ้าหน้าทีแ่ ละประชาชนส่วนใหญ่ตคี วามและปรับใช้การกระท�ำตามมาตรา ๑๔ (๑) ควบคูไ่ ปกับการหมิน่ ประมาทบุคคลอืน่
หรือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งผู้กล่าวหามักมุ่งเอาผิดกับการใช้ “ข้อมูลเท็จ” เพื่อใส่ความหรือกล่าวหากัน
ทางอินเทอร์เน็ต หรือการน�ำภาพหรือเรือ่ งส่วนตัวมาเผยแพร่จนเกิดความเสียหายต่อชือ่ เสียง เกียรติยศ หรือถูกดูหมิน่ เกลียดชัง
ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้พจิ ารณากฎหมายดังกล่าวตามทีส่ ภานิตบิ ญ
ั ญัตแิ ห่งชาติ (สนช.) เสนอ โดยปรับปรุงแก้ไขว่า
“ผูใ้ ดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บคุ คลอืน่ อันมีลกั ษณะเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนร�ำคาญแก่ผรู้ บั ข้อมูล
คอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์โดย ไม่เปิดโอกาสให้ผรู้ บั สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพือ่ ปฏิเสธการตอบรับ
ได้โดยง่าย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท” โดยหากเป็นการกระท�ำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ทเี่ กีย่ วกับ
การรักษาความมัน่ คงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมัน่ คงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพืน้ ฐาน
อันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจ�ำคุกตัง้ แต่หนึง่ ปีถงึ เจ็ดปี และปรับตัง้ แต่สองหมืน่ บาทถึงหนึง่ แสนสีห่ มืน่ บาทด้วย
โดยมีขอ้ กังวลว่า บทบัญญัตขิ องกฎหมายดังกล่าวไม่ได้กำ� หนดอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลใดทีจ่ ะเข้าข่ายท�ำให้เกิดความเดือดร้อนร�ำคาญ
และอาจละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนผูส้ จุ ริตได้ และการแก้ไขเพิม่ เติมมาตรา ๑๔ (๑) ทีผ่ กู้ ระท�ำโดยทุจริตหรือโดย
หลอกลวงนําเข้าสูร่ ะบบคอมพิวเตอร์ ซึง่ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทบี่ ดิ เบือนหรือปลอม ไม่วา่ ทัง้ หมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์
อันเป็นเท็จ โดยประการทีน่ า่ จะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระท�ำความผิดฐานหมิน่ ประมาทตามประมวลกฎหมาย
อาญา ซึง่ เป็นบทบัญญัตทิ มี่ กั จะถูกใช้เป็นเครือ่ งมือในการฟ้องหมิน่ ประมาท รวมถึงการแก้ไขมาตรา ๒๐ (๓) ซึง่ มีขอ้ กังวลว่า อาจส่งผล
กระทบมากทีส่ ดุ ต่อผูใ้ ช้อนิ เทอร์เน็ตทัว่ ไป เพราะมีการเพิม่ เติมเนือ้ หาความผิดทีเ่ ข้าข่ายการเผยแพร่ “ข้อมูลบิดเบือน” นอกเหนือไปจาก
“ข้อมูลเท็จ” ทีร่ ะบุไว้แต่เดิม ถือเป็นค�ำทีม่ คี วามหมายกว้างอาจน�ำไปสูก่ ารตีความทีส่ ง่ ผลกระทบต่อผูใ้ ช้อนิ เทอร์เน็ตเพิม่ มากขึน้
ยกตัวอย่างกรณีผใู้ ช้อนิ เตอร์เน็ตทีว่ พิ ากษ์วจิ ารณ์ สินค้า บริการ หรือธุรกิจต่าง ๆ ผ่านสือ่ ออนไลน์ แม้จะเป็นการติชมโดยสุจริตก็อาจจะ
ถูกฟ้องร้องได้งา่ ยขึน้ หรือคดีทบี่ ริษทั แห่งหนึง่ ได้รบั สัมปทานเหมืองแร่ ยืน่ ฟ้องจ�ำเลยหลายคนข้อหาหมิน่ ประมาทโดยการโฆษณา
น�ำเข้าสูร่ ะบบคอมพิวเตอร์ ซึง่ ข้อมูลอันเป็นเท็จและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๓, ๙๐, ๙๑, ๓๒๖ และ ๓๒๘ จากการที่
จ�ำเลยโพสต์ขอ้ ความผ่านเฟซบุก๊ ในท�ำนองว่า การประกอบกิจการเหมืองแร่ของโจทก์เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย หรือน�ำเข้าข้อมูล
อันเป็นเท็จตามมาตรา ๑๔ (๑), (๕) ของพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ฯ และมาตรา ๓๒๖ และ
๓๒๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญา กรณีโพสต์ขอ้ ความในเฟซบุก๊ ท�ำนองว่า เหมืองทองแห่งหนึง่ ในจังหวัดพิจติ ร ได้รบั การยกเว้นภาษี
ตามสิทธิพเิ ศษการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ท�ำให้รฐั ไม่สามารถจัดเก็บภาษีและสูญเสียรายได้ให้แก่ตา่ งชาติ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
94
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙