การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๖ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ การปล่อยตัวผูท้ ถี่ กู คุมขังหรือถูกจ�ำคุกจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่มเี งือ่ นไข เป็นต้น
สถานการณ์โดยทัว่ ไปเกีย่ วกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมหลังการเข้าควบคุมอ�ำนาจของ คสช.
อาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลมีการบังคับใช้กฎหมายในการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพดังกล่าวอย่างเข้มข้น มีการบังคับใช้กฎหมาย
ในลักษณะป้องปรามก่อนที่จะมีการกระท�ำความผิด การแสดงความเห็นหรือวิจารณ์ คัดค้านเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะหรือ
โครงการของรัฐทีม่ ผี ลกระทบต่อประชาชนและชุมชนถูกจ�ำกัดหลายครัง้ จากพระราชบัญญัตกิ ารชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘
และการทีเ่ จ้าหน้าทีร่ ฐั มีอำ� นาจในการใช้ดลุ พินจิ อย่างกว้างขวาง ท�ำให้เกิดผลการปฏิบตั หิ รือการบังคับใช้กฎหมายทีแ่ ตกต่างกัน
๓.๔.๓ สถานการณ์ปี ๒๕๕๙
ในปี ๒๕๕๙ ได้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย กฎหมายและการด�ำเนินการของรัฐที่มีผลกระทบต่อเสรีภาพ
ในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมที่ส�ำคัญหลายประการ ดังนี้
๑) พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙
รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติ
ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ เมือ่ วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๙ เพือ่ รองรับหน้าทีข่ อง
คณะกรรมการการเลือกตัง้ ในการด�ำเนินการจัดให้มกี ารออกเสียงประชามติให้เป็นไป
ตามทีก่ ฎหมายบัญญัติ โดยกฎหมายดังกล่าวรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
และเผยแพร่ความคิดเห็นเกีย่ วกับการออกเสียงไว้ แต่ตอ้ งกระท�ำโดยสุจริตและ
ไม่ขดั ต่อกฎหมาย ขณะเดียวกันบทบัญญัตขิ องกฎหมายดังกล่าวในหมวด ๓ มีการ
ควบคุมการออกเสียงและบทกาํ หนดโทษ โดยเฉพาะมาตรา ๖๑ (๑)๑๐๙ ทีห่ า้ มมิให้
ก่อความวุน่ วายเพือ่ ให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวรรคสองได้บญ
ั ญัตหิ า้ มมิให้ดำ� เนินการเผยแพร่ขอ้ ความ
ภาพ เสียง ในสือ่ ต่าง ๆ ทีผ่ ดิ ไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลกั ษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุง่ หวังเพือ่
ให้ผม้ ู สี ทิ ธิออกเสียงไม่ไปใช้สทิ ธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึง่ หรือไม่ออกเสียงให้ถอื ว่าผูน้ นั้ กระท�ำการก่อให้เกิดความวุน่ วาย
เพือ่ ให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึง่ หลังจากทีก่ ฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บงั คับ รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐได้รณรงค์
ให้ประชาชนไปใช้สทิ ธิออกเสียงลงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน มีการจับกุมและด�ำเนินคดีเกีย่ วกับการกระท�ำทีก่ อ่ ความ
วุน่ วายเพือ่ ให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึง่ มีโทษทัง้ จ�ำคุกและปรับ โดยเฉพาะกรณีของ ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตนั
มณีเพือ่ สิทธิคนออทิสติก จังหวัดขอนแก่น ทีโ่ พสต์ขอ้ ความในเฟซบุก๊ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๖๑ (๑) หรือการแจ้งข้อหาฝ่าฝืน
กฎหมายดังกล่าวต่อนักกิจกรรมหลายกลุม่ ทีแ่ จกแผ่นพับใบปลิวและเอกสารให้ความรูเ้ รือ่ งร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติบริเวณ
เคหะบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าทีแ่ จ้งข้อหาฝ่าฝืนค�ำสัง่ คสช.ที่ ๓/๒๕๕๘ ข้อ ๑๒ เกีย่ วกับการห้ามชุมนุมทางการ
เมืองตัง้ แต่หา้ คนขึน้ ไป และข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการออกเสียงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๖๑ (๑) วรรคสองและ
วรรคสามเพิม่ เติม และต่อมาถูกน�ำตัวด�ำเนินคดีตอ่ ศาลทหารกรุงเทพ (ขณะนัน้ ยังอยูใ่ นอ�ำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร)
นับตัง้ แต่วนั ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ ซึง่ เป็นวันทีค่ ณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) น�ำเสนอร่างรัฐธรรมนูญสูส่ าธารณะ
ครัง้ แรก มีการรับความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ และแก้ไขปรับปรุงจนเสร็จน�ำเสนอร่างสุดท้ายสูส่ าธารณะ ก่อนน�ำไปลงประชามติ
ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ พบว่า ศูนย์ขอ้ มูลกฎหมายและคดีเสรีภาพโดย ไอลอว์ รายงานว่ากิจกรรมรณรงค์เกีย่ วกับร่างรัฐธรรมนูญ
ยังถูกปิดกัน้ - แทรกแซงอย่างน้อย ๑๙ ครัง้ ๑๑๐ ขณะทีเ่ ครือข่ายนักวิชาการเพือ่ สิทธิพลเมือง มีการแสดงออกข้อความปรากฏอยูบ่ นเสือ้ ทีม่ ี
ข้อความว่า “VOTE NO ไม่รบั กับอนาคตทีไ่ ม่ได้เลือก”หรืออดีตนักการเมืองใส่เสือ้ ทีม่ คี ำ� ว่า “รับ ไม่รบั เป็นสิทธิไ์ ม่ผดิ กฎหมาย” หรือ
๑๐๙
๑๑๐
จาก ตัวตนจีรพันธ์ ตันมณี รายแรกเซ่น ก.ม.ประชามติ, โดย ศูนย์ข่าวภาคอีสาน, ๒๕๕๙, สืบค้นจาก http://www.komchadluek.net/news/politic/226713
จาก สถานการณ์ปี ๒๕๕๙ ๔/๕: ความเงียบภายใต้อ�ำนาจเด็ดขาด, ๒๕๕๙, สืบค้นจาก https://freedom.ilaw.or.th/PoliticalRightandFreedoms2016/4_5
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
92
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙