อาศัยอํานาจตามบทบัญญัตกิ ฎหมายทีต่ ราขึน้ เฉพาะ เพือ่ รักษาความมัน่ คงของรัฐเพือ่ คุม้ ครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอืน่
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน”
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and
Political Rights: ICCPR) ข้อ ๑๙ ก�ำหนดให้บุคคลมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง มีสิทธิในเสรีภาพ
แห่งการแสดงออกรวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นทุกประเภท โดยการใช้สิทธิ
และเสรีภาพดังกล่าวต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบพิเศษควบคู่ไปด้วย และรัฐอาจจ�ำกัดสิทธิเช่นว่าได้ ซึ่งต้องบัญญัติไว้ใน
กฎหมายด้วยเหตุผลความจ�ำเป็นต่อ (ก) การเคารพในสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น และ (ข) การรักษาความมั่นคงของชาติ
หรือความสงบเรียบร้อย หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน
สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
คณะกรรมการประจ�ำกติการะหว่างประเทศฯ ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ
การแสดงออกว่า เสรีภาพดังกล่าวเป็นสิทธิทไี่ ม่อาจแทนทีไ่ ด้เพือ่ การพัฒนามนุษย์โดยสมบูรณ์ เป็นหลักการทีจ่ ำ� เป็นยิง่ ต่อทุกสังคม
เพือ่ วางหลักฐานสังคมทีม่ เี สรีภาพและเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพทัง้ สองด้านนีต้ า่ งเกีย่ วข้องสัมพันธ์กนั โดยทีเ่ สรีภาพในการแสดงออก
จะท�ำหน้าทีช่ ว่ ยขับเคลือ่ นสังคมไปสูก่ ารแลกเปลีย่ นและการพัฒนาของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเป็นปัจจัยส�ำคัญ
ต่อการตระหนักซึง่ หลักการแห่งความโปร่งใสและความรับผิดชอบทีส่ ง่ ผลส�ำคัญยิง่ ต่อการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดี
การใช้สทิ ธิในเสรีภาพดังกล่าวต้องด�ำเนินไปพร้อมหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบเป็นพิเศษ กล่าวคือ การเคารพสิทธิและชือ่ เสียง
ของบุคคลอืน่ หรือการปกป้องความมัน่ คงของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยของสังคม หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรมของสังคม
๓.๔.๒ สถานการณ์ทั่วไป
หลังเกิดเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองอย่างยืดเยือ้ ยาวนานส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม มีการชุมนุม
ปิดถนนสายหลัก สถานทีร่ าชการ มีการใช้อาวุธสงครามจากบุคคลไม่ทราบฝ่าย ส่งผลให้มผี บู้ าดเจ็บและเสียชีวติ จ�ำนวนมาก จนในทีส่ ดุ คสช.
น�ำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าควบคุมอ�ำนาจการปกครองประเทศ เมือ่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนัน้ คสช.
ได้ให้ทกุ ฝ่ายยุตกิ ารชุมนุม มีการออกประกาศ/ค�ำสัง่ คสช. จ�ำนวนมาก ส่วนหนึง่ เพือ่ แก้ไขปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินทีผ่ า่ นมา
เช่น การค้ามนุษย์ ปัญหานโยบายจ�ำน�ำข้าว ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทงั้ นี้ ส่วนหนึง่ ได้สง่ ผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
โดยเฉพาะสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็น การชุมนุมทางการเมือง ได้แก่ ค�ำสัง่ คสช. ฉบับที่ ๗/๒๕๕๗ ห้ามมิให้มวั่ สุม
หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ทีใ่ ด ๆ ทีม่ จี าํ นวนตัง้ แต่ ๕ คน ขึน้ ไป รวมถึงการเรียกให้บคุ คลมารายงานตัวตลอดจนการก�ำหนดให้ความผิด
บางประเภทอยูใ่ นอ�ำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ซึง่ เมือ่ เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองมีความคลีค่ ลายในระดับหนึง่
จึ ง ได้ มี ค� ำ สั่ ง หั ว หน้ า คสช.ที่ ๕๕/๒๕๕๙ เมื่ อ วั น ที่ ๑๒ กั น ยายน ๒๕๕๙ ให้ ก ารกระทํ า ผิ ด ที่ อ ยู ่ ใ นอ� ำ นาจ
พิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหารให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมตั้งแต่วันที่คําสั่งดังกล่าวใช้บังคับ บทที่
๓
แต่การกระท�ำผิดก่อนหน้านัน้ ยังคงต้องอยูใ่ นการพิพากษาคดีของศาลทหารซึง่ ไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาค�ำพิพากษาได้
ในการน�ำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนในประเทศไทย ภายใต้กระบวนการ UPR รอบที่ ๒ ต่อทีป่ ระชุม
คณะท�ำงาน UPR สมัยที่ ๒๕ ทีน่ ครเจนีวาเมือ่ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะผูแ้ ทนไทยรับข้อเสนอแนะจากประเทศต่าง ๆ
จ�ำนวน ๑๘๑ ข้อ ซึง่ มีประเด็นเกีย่ วกับการส่งเสริมและคุม้ ครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เช่น ประกันว่า
สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมได้รบั การคุม้ ครองและเคารพอย่างเต็มที่ ท�ำให้กฎหมายภายในเกีย่ วกับเสรีภาพ
ในการแสดงออกสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เคารพเสรีภาพของสือ่ มวลชนและส่งเสริมมาตรการเพือ่ ปกป้องเสรีภาพของ
สือ่ มวลชน การสอบสวนและด�ำเนินการทางศาลกรณีการใช้ความรุนแรงต่อสือ่ มวลชน เป็นต้น ส�ำหรับข้อเสนอแนะทีไ่ ทยรับกลับมา
พิจารณา จ�ำนวน ๖๘ ข้อ ในประเด็นการส่งเสริมและคุม้ ครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เช่น การยกเลิก
ข้อจ�ำกัดมาตรา ๖๑ กฎหมายประชามติและค�ำสัง่ คสช. ที่ ๗/๒๕๕๗ ทบทวนกฎหมาย ทีเ่ กีย่ วกับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
91
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙