๓.๓.๓ สถานการณ์ปี ๒๕๕๙
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า สิทธิในความเป็นส่วนตัวและ
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๕๙๖
และในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
.... (ฉบับลงประชามติ) มาตรา ๓๒๙๗ หากพิจารณาบทบัญญัติ
ทัง้ สองประการ จะเห็นได้วา่ มีความแตกต่างกันอยูบ่ า้ ง กล่าวคือ
ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... (ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วเรื่องเสร็จที่ ๑๑๓๕/๒๕๕๘)
มาตรา ๑๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระท�ำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม
ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระท�ำได้
การขอความยินยอมต้องท�ำเป็นหนังสือหรือท�ำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้
...........
มาตรา ๒๑ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลท�ำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่
(๑) ...........
(๔) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
(๕) กรณีอื่นตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง
๙๖
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๕
สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความเป็นอยู่ส่วนตัวย่อมได้รับความคุ้มครอง
การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคล
ในครอบครัวเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัว จะกระท�ำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
๙๗
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... (ฉบับลงประชามติ) มาตรา ๓๒
บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว
การกระท�ำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการน�ำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระท�ำมิได้ เว้นแต่โดย
อาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จ�ำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐
๙๕
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
87
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙
สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
มี ห ลั ก การและเหตุ ผ ลที่ ส อดคล้ อ งกั น คื อ ความก้ า วหน้ า
ของเทคโนโลยี ก ารติ ด ต่ อ สื่ อ สารท� ำ ให้ ก ารเก็ บ ใช้ แ ละ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสามารถท�ำได้โดยง่ายสะดวกรวดเร็ว
แต่อาจน�ำมาซึ่งความเดือดร้อนร�ำคาญหรือความเสียหาย
ในกรณีที่มีก ารน� ำ ไปแสวงหาผลประโยชน์ ห รื อ เปิ ด เผย
โดยไม่ ไ ด้ รั บ ความยิ น ยอมหรื อ แจ้ ง ล่ ว งหน้ า แม้ ว ่ า จะได้ มี
กฎหมายคุ ้ ม ครองข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คลในบางเรื่ อ ง แต่ ก็ ยั ง
ไม่มีหลักเกณฑ์กลไกหรือมาตรการก�ำกับดูแลเกี่ยวกับการ
ให้ ค วามคุ ้ ม ครองข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คลที่ เ ป็ น หลั ก การทั่ ว ไป
จึงจ�ำเป็นต้องตรากฎหมายนี้ใช้บังคับ นอกจากนี้ มีบทบัญญัติที่ใกล้เคียงกัน เช่น การก�ำหนดนิยามค�ำว่า “ข้อมูล
ส่ ว นบุ ค คล” และ “ผู ้ ค วบคุ ม ข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คล” การก� ำ หนดให้ เ ป็ น กฎหมายกลางว่ า ด้ ว ยการคุ ้ ม ครองข้ อ มู ล
ส่ ว นบุ ค คล การก� ำ หนดที่ ม าองค์ ป ระกอบและคุ ณ สมบั ติ ข องคณะกรรมการคุ ้ ม ครองข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คล การก� ำ หนด
หลักการคุม้ ครองข้อมูลส่วนบุคคลทัง้ ในขัน้ ตอนการเก็บใช้และเปิดเผย การก�ำหนดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การก�ำหนด
หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล การก�ำหนดขั้นตอนและการพิจารณาเรื่องร้องเรียน การก�ำหนดความรับผิด เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตาม ตามแนวทางการยกร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ดังกล่าว ยังมีข้อห่วงกังวลหลาย
ประการที่ไม่อาจท�ำให้เกิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการก�ำหนดรายละเอียดและหลักการ
ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในขั้นตอนการเก็บ ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งในแง่หนึ่งเป็นการให้
ความคุม้ ครองแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ในอีกแง่หนึง่ ก็เป็นขัน้ ตอนทีอ่ าจสร้างภาระให้กบั ผูค้ วบคุมข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงกังวลต่อการก�ำหนดข้อยกเว้นในการด�ำเนินการต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่มีขอบเขตอย่างกว้างขวาง
จนอาจท�ำให้เกิดผลกระทบต่อหลักการคุม้ ครองข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจ�ำเป็นโดยพลการ๙๕
บทที่
๓