สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
กรณีการน�ำตัวผู้ต้องหาว่ากระท�ำความผิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน/การน�ำตัวไปท�ำแผนประกอบค�ำรับสารภาพ
ในลักษณะที่เปิดเผยใบหน้า มีความเสี่ยงต่อการถูกรุมประชาทัณฑ์ อันเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ต้องหาในการที่จะได้
รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และกระทบต่อเกียรติยศชื่อเสียงนั้น ในเดือนกันยายน ๒๕๕๙ นายกรัฐมนตรีได้สั่งก�ำชับ
ไม่ให้น�ำตัวผู้ต้องหาออกมาแถลงข่าว โดยให้แถลงเฉพาะผลการด�ำเนินงานเท่านั้น
กรณีการตรวจตัวผูต้ อ้ งขังเพือ่ ค้นหายาเสพติดก่อน
เข้าเรือนจ�ำที่มีการตรวจตัวในลักษณะที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความ
เป็นมนุษย์ ไม่มีความมิดชิดเพียงพอ ซึ่งตามมาตรฐานสากล
การตรวจค้นตัวผู้ต้องขังเป็นสิ่งที่ส�ำคัญที่ต้องค�ำนึงถึงศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์และความเป็นส่วนตัวของผู้ถูกค้นด้วย อีกทั้ง
ต้องค�ำนึงถึงหลักความได้สัดส่วน ความชอบด้วยกฎหมาย และ
ความจ�ำเป็นด้วย๘๕ จะต้องไม่ใช้การค้นเพื่อการคุกคาม ข่มขู่
หรือเป็นการล่วงล�ำ้ โดยไม่จำ� เป็นต่อความเป็นส่วนตัวของผูต้ อ้ งขัง๘๖
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้นตัวที่ล่วงล�้ำความเป็นส่วนตัว รวมทั้งการค้นแบบถอดเสื้อผ้าและการค้นตามซอกหลืบต่าง ๆ
ของร่างกาย ให้กระท�ำได้เฉพาะกรณีทจี่ ำ� เป็นอย่างยิง่ ยวดเท่านัน้ ควรใช้วธิ กี ารทีเ่ ป็นทางเลือกอืน่ อันเหมาะสมกว่าแทนทีจ่ ะใช้
การค้นตัวที่ล่วงล�้ำความเป็นส่วนตัวของผู้ต้องขัง ซึ่งหากจ�ำเป็นก็ต้องกระท�ำในที่ลับ และให้ผู้ค้นเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่าน
การอบรมและมีเพศเดียวกับผูต้ อ้ งขัง การค้นตามซอกหลืบต่าง ๆ ของร่างกายให้กระท�ำได้เฉพาะโดยบุคคลากรทางการแพทย์
ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่รับผิดชอบการพยาบาลเบื้องต้น หรือโดยอย่างน้อยต้องเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่าน
การอบรมอย่างเหมาะสมจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้เข้าใจถึงมาตรฐานด้านอนามัย สุขภาพ และความปลอดภัย๘๗
และควรจะเป็นกรณีทไี่ ม่มวี ถิ ที างอืน่ ทีจ่ ะตรวจได้แล้วและควรมีขอ้ บ่งชีท้ ชี่ ดั เจนหรือมีความจ�ำเป็นทีจ่ ะต้องตรวจ อย่างไรก็ตาม
รัฐได้แก้ปัญหานี้โดยการน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษาความปลอดภัย “Body Scanner มาใช้กับผู้ต้องขังหญิง”
เพื่อตรวจสอบการลักลอบน�ำสิ่งของต้องห้ามเข้าภายในทัณฑสถานหญิง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน
ผู้ต้องขังหญิงได้ แต่เนื่องจากเครื่อง Body Scanner มีราคาสูง ไม่อาจจัดหาได้ทุกเรือนจ�ำ รัฐจึงควรมีการวางกฎระเบียบ
ในการตรวจค้นตัวที่เหมาะสมเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ส�ำหรับการด�ำเนินกระบวนการยุตธิ รรม ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ ฉบับที่ ๓๘/๒๕๕๗ และฉบับที่
๕๐/๒๕๕๗ ซึง่ ส่งผลให้พลเรือนต้องอยูใ่ นอ�ำนาจการพิจารณาของศาลทหาร ต่อมา ได้มีคำ� สั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๕๕/๒๕๕๙
ให้พลเรือนที่กระท�ำความผิดดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ อยูใ่ นอ�ำนาจการพิจารณาของศาลยุตธิ รรมซึง่ เป็น
ค�ำสัง่ ทีม่ คี วามเหมาะสมในการทีจ่ ะไม่นำ� พลเรือนขึน้ ศาลทหาร อย่างไรก็ตาม รัฐควรก�ำหนดให้คดีทพี่ ลเรือนกระท�ำความผิด
และอยูใ่ นอ�ำนาจศาลทหารทีเ่ กิดขึน้ ก่อนหน้านี้ ควรโอนคดีมายังการพิจารณาของศาลยุตธิ รรม เพือ่ ให้เป็นไปตามกระบวน���าร บทที่
ยุตธิ รรมปกติ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการด�ำเนินการในบางประการของเจ้าหน้าทีท่ มี่ ผี ลกระทบต่อสิทธิของผูต้ อ้ งหา จ�ำเลย และผูต้ อ้ งขัง ๓
ซึง่ เป็นสถานการณ์ทนี่ า่ ห่วงใยทีร่ ฐั ควรตระหนักและให้ความส�ำคัญ ดังนี้
การควบคุมตัวตามค�ำสัง่ คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ทีใ่ ห้อำ� นาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำ� นาจเรียกตัวบุคคล
เพื่อมาสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยค�ำที่เป็นประโยชน์ และมีอ�ำนาจควบคุมตัวได้ไม่เกิน ๗ วัน ซึ่งยังคงพบการควบคุมตัว
ตามค�ำสัง่ ดังกล่าวอย่างต่อเนือ่ ง โดยลักษณะของการควบคุมตัวพบว่า ไม่ได้แจ้งเหตุในการควบคุมตัว ไม่แจ้งสถานทีค่ วบคุมตัว
ญาติไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ถูกควบคุมตัวได้ในระหว่างการควบคุมตัว นอกจากนี้ ยังพบว่าการจับกุมบุคคลโดย
ถูกบุคคลแต่งกายคล้ายทหารจ�ำนวนหลายนาย ควบคุมตัวบุคคลขึ้นรถกระบะที่ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนและสังกัดในเวลา
กลางคืน แม้วา่ จะได้มกี ารน�ำตัวผูถ้ กู จับไปยังสถานีตำ� รวจก็ตาม การควบคุมตัวหรือจับกุมในลักษณะดังกล่าว ไม่สามารถทีจ่ ะ
ข้อก�ำหนดขัน้ ต�ำ่ ขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบตั ติ อ่ ผูต้ อ้ งขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) (ข้อก�ำหนด
แมนเดลา - Mandela Rules) ปี ๒๕๕๘ ข้อ ๕๐
๘๖
แหล่งเดิม (ข้อ ๕๑).
๘๗
แหล่งเดิม (ข้อ ๕๒).
๘๕
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
83
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙