สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
พบว่า มีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ต�ำรวจมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากกว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่น และมีการละเมิด
สิทธิมนุษยชนในหลาย ๆ ขั้นตอน เช่น การใช้ก�ำลังในขั้นจับกุม การไม่แจ้งสิทธิตามกฎหมาย การท�ำร้ายเพื่อให้รับสารภาพ
การน�ำผู้ต้องหาแถลงข่าวหรือท�ำแผนประกอบค�ำรับสารภาพ เป็นต้น๖๒ ปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเจ้าหน้าที่ต�ำรวจจะเป็นปัญหา
ในทางปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเพราะมุ่งที่จะป้องปรามอาชญากรรมและน�ำตัวผู้กระท�ำความผิดเข้าสู่
กระบวนการยุติธรรม
๒.๒) กระบวนการยุติธรรมกลางน�้ำ ได้แก่ ในชั้นอัยการ และชั้นศาล พบว่า มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการปล่อยตัว
ชัว่ คราวทีม่ กี ารก�ำหนดหลักประกัน หากไม่มหี ลักประกันจะไม่ได้รบั การปล่อยตัวชัว่ คราว ปัญหาการน�ำคดีเข้าสูก่ ระบวนการ
ยุติธรรมจ�ำนวนมากโดยไม่มีการน�ำมาตรการชะลอการฟ้องมาใช้ ปัญหาทนายอาสาที่ขาดความเชี่ยวชาญในการว่าความ
ปัญหาการมีโทษทางอาญาที่มากจนเกินไป ปัญหาการพิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหาร ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทั้งปัญหาในทาง
ปฏิบัติและปัญหาในทางกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล
๒.๓) กระบวนการยุติธรรมปลายน�้ำ ได้แก่ ในชั้นราชทัณฑ์ มีการศึกษาพบว่า ปัญหาที่ส�ำคัญคือ ปัญหานักโทษ
ล้นเรือนจ�ำ จากสถิตผิ ตู้ อ้ งขังในรอบ ๑๐ ปีทผี่ า่ นมาพบว่า จ�ำนวนผูต้ อ้ งขังเกินความจุปกติทเี่ รือนจ�ำจะรองรับได้ทำ� ให้มสี ภาพ
ความแออัดยัดเยียดของผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ หรือที่เรียกว่า “สภาวะผู้ต้องขังล้นเรือนจ�ำ” นั้น จะส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่
ของผู้ต้องขังในทางลบ และยังส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเรือนจ�ำอีกด้วย เพราะท�ำให้การจัดสวัสดิการและการดูแล
ผู้ต้องขังในด้านต่าง ๆ ท�ำได้ด้วยความยากล�ำบาก ผู้ต้องขังต้องนอน กินและใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างแออัด ผู้ต้องขัง
จ�ำนวนมากต้องว่างงานเนื่องจากไม่มีสถานที่และปริมาณงานเพียงพอที่จะจ่ายให้ผู้ต้องขัง ท�ำให้ผู้ต้องขังต้องอยู่ว่าง ๆ
คิดฟุง้ ซ่าน และหันไปมีพฤติกรรมละเมิดกฎระเบียบของเรือนจ�ำ ไม่วา่ จะเป็นการเล่นการพนันหรือแม้แต่หนั ไปสูก่ ารกระท�ำผิด
กฎหมายหรือประกอบอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดในเรือนจ�ำ๖๓
การบังคับโทษตามค�ำพิพากษาเป็นหน้าที่ของกรม
ราชทัณฑ์ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙
ซึ่งได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติบางประการ
ไม่สอดคล้องกับนโยบายทางอาญาของประเทศ ประกอบกับ
มีกฎหมายและกฎเกณฑ์ในระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับการ
ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังประเภทต่าง ๆ และการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าที่ ซึ่งมิได้มีการบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว
ส่งผลให้การด�ำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องตาม
มาตรฐานสากล อาทิ ข้อก�ำหนดมาตรฐานขัน้ ต�ำ่ ส�ำหรับปฏิบตั ติ อ่ ผูต้ อ้ งขัง (Standard Minimum Rules for the Treatment
of Prisoners: SMR) หรือข้อก�ำหนดของสหประชาชาติส�ำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจ�ำและมาตรการที่มิใช่ บทที่
การควบคุมขังส�ำหรับผู้กระท�ำผิดหญิง (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and ๓
Non-Custodial Measures for Women Offenders) หรือข้อก�ำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) รวมทัง้ ยังไม่สามารถจัดการหรือ
บริหารโทษของผู้ต้องขังเฉพาะรายหรือเฉพาะคดีได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติให้อ�ำนาจในการด�ำเนินการ
และไม่สามารถด�ำเนินการให้มีสถานที่ควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องขังประเภทอื่นนอกจากการคุมขังไว้ในเรือนจ�ำ ซึ่งท�ำให้ระบบ
การพัฒนาพฤตินสิ ยั และการบริหารงานเรือนจ�ำไม่เป็นไปตามเป้าหมายทีก่ ำ� หนดไว้๖๔ และพระราชบัญญัตริ าชทัณฑ์ยงั มีบทบัญญัติ
ที่มีผลเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องขัง เช่น การขังเดี่ยวที่ก�ำหนดไว้ ๓ เดือน ถือว่ายาวนานเกินไป
ละเมิดสิทธิของผูต้ อ้ งขังเกินสมควร ๖๕ การใช้เครือ่ งพันธนาการกับผูต้ อ้ งขังระหว่างพิจารณาไม่สอดคล้องกับหลักการสันนิษฐานว่า
แหล่ง���ดิม.
จาก นักโทษล้นคุกกับมาตรการทางเลือกในการปฏิบตั ติ อ่ ผูก้ ระท�ำผิดโดยไม่ใช้เรือนจ�ำ, โดย นัทธี จิตสว่าง, ๒๕๕๕, สืบจ้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/497865
๖๔
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐
๖๕
จาก มาตรการทางกฎหมายในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง: ศึกษากรณีการขังเดี่ยว, โดย เริงชัย สินกอง, (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต) สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะ
นิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์, ๒๕๕๘, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, ไทย.
๖๒
๖๓
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
77
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙