นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนทีป่ ระเทศไทยรับมาปฏิบตั ภิ ายใต้กลไกกระบวนการ Universal Periodie Reviwe: UPR รอบที่ ๑ ปี ๒๕๕๔ ทีเ่ กีย่ วกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สญ ู หายคือ ศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าเป็นภาคี อนุสญ ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ ครองมิให้บคุ คลถูกบังคับให้สญ ู หาย ออกหรือแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสญ ั ญา CAT มีการด�ำเนินการเพือ่ ประกันว่าข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าทีร่ ฐั จะได้รบั การสอบสวนและด�ำเนินคดี และในรอบที่ ๒ ปี ๒๕๕๙ ไทยได้รับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายมาปฏิบัติคือ การพิ จ ารณาให้ สั ต ยาบั น พิ ธี ส ารเลื อ กรั บ ของอนุ สั ญ ญา CAT และจั ด ตั้ ง กลไกป้ อ งกั น การทรมานระดั บ ชาติ ทีม่ คี วามเป็นอิสระ มีประสิทธิภาพ และได้รบั การจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ รับรองว่ามีการน�ำอนุสญ ั ญา CAT ไปปรับใช้เป็น กฎหมายภายในอย่างสมบูรณ์ ก�ำหนดนิยามการทรมานซึง่ มีความสอดคล้องกับข้อ ๑ ของอนุสญ ั ญา CAT การก�ำหนดเป็นความผิด อาญาเฉพาะในกฎหมายไทย และด�ำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับการทรมานและการทารุณกรรม ด้ ว ยความรวดเร็ ว และเป็ น กลาง การให้ สั ต ยาบั น อนุ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยการคุ ้ ม ครองบุ ค คลทุ ก คนจาก การหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Person from Enforced disappearance : CED) และผ่านกฎหมายภายในที่ก�ำหนดให้การบังคับบุคคลให้หายสาบสูญและการทรมานเป็นความ ผิดตามกฎหมายอาญาภายในประเทศทีส่ อดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ พยายามแก้ปญ ั หาการบังคับให้หายสาบสูญ ซึง่ ประเทศไทยได้ลงนามอนุสญ ั ญา CED เมือ่ วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ และในการเข้าเป็นภาคีพธิ สี ารเลือกรับของอนุสัญญา ต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) รัฐบาลโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับสมาคมเพื่อป้องกันการ ทรมาน (Association for Prevention of Torture : OPCAT) ได้จดั สัมมนาว่าด้วยเรือ่ งพิธสี ารเลือกรับของอนุสญ ั ญาต่อต้าน ๒๖ การทรมานฯ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยวัตถุประสงค์ของพิธีสารคือ การพัฒนาระบบการเข้าเยี่ยมสถานที่ ซึง่ ท�ำให้บคุ คลเสือ่ มเสียซึง่ อิสรภาพโดยหน่วยงานนานาชาติและระดับชาติทเี่ ป็นอิสระอย่างสม�ำ่ เสมอ ทัง้ นี้ เพือ่ ป้องกันการทรมาน การปฏิบัติและการลงโทษที่ทารุณขาดมนุษยธรรม หรือลดทอนความเป็นมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ให้สญ ู หายเป็นความผิดทางอาญา การเข้าเป็นภาคีอนุสญ ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ ครองมิให้บคุ คลถูกบังคับให้สญ ู หาย มีการสอบสวนเมื่อมีข้อกล่าวหาว่ามีการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดร้าย มีและด�ำเนินมาตรการยุติการคุกคามและท�ำร้าย นักพิทกั ษ์สทิ ธิมนุษยชน นักหนังสือพิมพ์และผูน้ ำ� ชุมชน มีกรอบทางกฎหมายเพือ่ แก้ไขสถานการณ์ผลู้ ภี้ ยั และผูแ้ สวงหาทีพ่ กั พิง ใช้มาตรการเพื่อแก้ไขสภาพแออัดในเรือนจ�ำ หลีกเลี่ยงการใช้โซ่ตรวน มีการตรวจเยี่ยมสถานคุมขังทุกประเภทโดย ผู้ตรวจเยี่ยมที่เป็นอิสระ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงต�ำรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจ�ำ ประกันว่าผู้เสียหายจะได้รับ การชดใช้ ค่าชดเชยที่เป็นธรรม และการบ�ำบัดฟื้นฟู๒๕ และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจาก การหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ข้อ ๗ ข้อย่อยที่ ๑ ก�ำหนดให้รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องก�ำหนดให้การกระท�ำให้บุคคลหายสาบสูญ โดยถูกบังคับเป็นความผิดทีล่ งโทษได้ โดยมีบทลงโทษทีเ่ หมาะสม และโดยค�ำนึงถึงความร้ายแรงอย่างยิง่ ของความผิดดังกล่าว บทที่ ในส่วนของการผลักดันให้มกี ารปฏิบตั ติ ามอนุสญ ั ญา CAT โดยอนุวตั กิ ารกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับอนุสญ ั ญาฯ ๓ กระทรวงยุติธรรมได้ยกร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ. .... การยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมได้ผนวกหลักการและสาระส�ำคัญของ อนุสัญญา CAT และอนุสัญญา CED ไว้ด้วยกัน และแต่งตั้งคณะท�ำงานแก้ไขกฎหมายเพื่ออนุวัติการตามอนุสัญญา CAT ซึง่ มีผแู้ ทนจากหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง รวมถึงผูแ้ ทนของส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ๒๗ ซึง่ เมือ่ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นช���บตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการ คุม้ ครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สาบสูญ และร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคล จาก รายงานประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชน ประจ�ำปี ๒๕๕๘, โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ๒๕๕๙, กรุงเทพฯ: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. การอนุวัติกฎหมายไทยตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย�่ำยีศักดิ์ศรี และเพื่อเตรียมรองรับการ เข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ รวมทั้งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย (น. ๔๗), โดย คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ๒๕๕๘, กรุงเทพฯ: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒๗ รายงานผลการพิจารณาเพือ่ เสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายที่ ๒๙๓/๒๕๕๘ เมือ่ วันที่ ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๘ เรือ่ ง ร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกัน และปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย พ.ศ. .... ๒๕ ๒๖ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 67 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3