ความเสียหายกับเหยื่อที่ถูกปฏิบัติโดยไม่ชอบ รัฐไม่อาจลิดรอนสิทธิของปัจเจกบุคคลในการที่จะได้รับการเยียวยาอย่าง
มีประสิทธิภาพ รวมถึงการชดใช้คา่ สินไหมทดแทน และการฟืน้ ฟูอย่างเต็มทีเ่ ท่าทีเ่ ป็นไปได้๒๓ และข้อ ๑๐ ข้อย่อยที่ ๑ ก�ำหนดให้
บุคคลทั้งปวงที่ถูกลิดรอนเสรีภาพต้องได้รับการประติบัติด้วยความมีมนุษยธรรมและเคารพในศักดิ์ศรีแต่ก�ำเนิดของ
ความเป็นมนุษย์
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจ�ำกติการะหว่างประเทศฯ ยังได้มีความเห็นทั่วไปที่ ๒๑ เกี่ยวกับสิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมือง ข้อ ๑๐ ว่า การปฏิบตั ติ อ่ บุคคลทีถ่ กู จ�ำกัดเสรีภาพด้วยความเป็นมนุษย์และด้วยความเคารพต่อศักดิศ์ รี
ของเขานั้นเป็นกฎพื้นฐานและถือเป็นสากล การบังคับใช้จึงไม่ขึ้นอยู่กับทรัพยากรทางวัตถุที่มีอยู่ในรัฐภาคี รัฐจะต้องระบุถึง
ข้อมูลเกี่ยวกับระบบการก�ำกับดูแลสถานที่จองจ�ำนักโทษอุกฉกรรจ์ มาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันการทรมาน และการปฏิบัติ
อย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือต�่ำช้า๒๔
นอกจากนี้ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ได้ก�ำหนดนิยามของค�ำว่า “การทรมาน” (Torture) ไว้ว่าหมายถึง
“การกระท�ำใดก็ตามโดยเจตนาทีท่ ำ� ให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างสาหัส ไม่วา่ ทางกายหรือจิตใจต่อบุคคลใด
บุคคลหนึง่ เพือ่ ความมุง่ ประสงค์ทจี่ ะให้ได้มาซึง่ ข้อสนเทศหรือค�ำสารภาพจากบุคคลนัน้ หรือจากบุคคลทีส่ าม การลงโทษบุคคลนัน้
ส�ำหรับการกระท�ำซึ่งบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สามกระท�ำหรือถูกสงสัยว่าได้กระท�ำ หรือเป็นการข่มขู่ให้กลัวหรือเป็นการบังคับ
ขู่เข็ญบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สาม หรือเพราะเหตุผลใด ๆ บนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นในรูปใด เมื่อความ
เจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานนัน้ กระท�ำโดยหรือด้วยการยุยง หรือโดยความยินยอม หรือรูเ้ ห็นเป็นใจของเจ้าพนักงานของรัฐ
หรือของบุคคลอื่นซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในต�ำแหน่งทางการ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานที่เกิดจาก
หรืออันเป็นผลปกติจาก หรืออันสืบเนือ่ งมาจากการลงโทษทัง้ ปวงทีช่ อบด้วยกฎหมาย” อีกทัง้ อนุสญ
ั ญาต่อต้านการทรมานฯ
ข้อ ๒ ก�ำหนดห้ามไม่ให้มกี ารทรมานในรัฐภาคีในทุกสถานการณ์ และข้อ ๔ ก�ำหนดว่ารัฐต้องด�ำเนินการให้การกระท�ำทัง้ หลาย
ที่เป็นการทรมานเป็นความผิดภายใต้กฎหมายอาญา
๓.๑.๒ สถานการณ์ทั่วไป
ประเทศไทยได้ท�ำค�ำแถลงตีความอนุสัญญาต่อต้าน
การทรมาน และการประติ บั ติ ห รื อ การลงโทษอื่ น ที่ โ หดร้ า ย
ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย�่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ในข้อ ๑ นิยามค�ำว่า
“ทรมาน” ข้อ ๔ การก�ำหนดให้การทรมานเป็นความผิดอาญา
และข้อ ๕ เขตอ�ำนาจเหนือความผิด ซึ่งให้เป็นไปตามประมวล
กฎหมายอาญา และจั ด ท� ำ ข้ อ สงวนตามข้ อ ๓๐ วรรคหนึ่ ง
การให้นำ� ข้อพิพาทเกีย่ วกับการตีความหรือน�ำอนุสญ
ั ญาไปใช้ขนึ้ สู่
การวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการต่อต้านการทรมานในสมัยประชุมครั้งที่ ๑๒๓๙ เมื่อวันที่
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีข้อสังเกตเชิงสรุป กรณีประเทศไทยว่าประเทศไทยควรด�ำเนินการยกเลิกค�ำแถลงตีความข้อ ๑
ข้อ ๔ และข้อ ๕ สอบสวนกรณีมีการกระท�ำการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ฟ้องด�ำเนินคดีและลงโทษผู้ที่รับผิดชอบ
ประกันไว้ในกฎหมายว่าไม่อาจอ้างพฤติการณ์ใดเพื่อเป็นเหตุผลส�ำหรับการทรมาน ใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง
อย่างจ�ำกัดและเท่าที่จ�ำเป็น ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ใช้มาตรการทางกฎหมายและทางปฏิบัติ
เพื่อประกันว่าผู้ถูกคุมขังจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายขั้นพื้นฐาน (Legal Safeguard) ก�ำหนดให้การบังคับบุคคล
From CCPR general comment No. 20: Article 7 (Prohibition of Torture, or Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment)
Adopted at the Forty-fourth Session of the Human Rights Committee, by UN Human Rights Committee (HRC), 1992, retrieved from http://www.refworld.
org/docid/453883fb0.html
๒๔
From CCPR general comment No. 21: Article 10 (Humane treatment of persons deprived of their liberty), by UN Human Rights Committee
(HRC), 1992, retrieved from http://www.refworld.org/docid/453883fb11.html
๒๓
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
66
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙