โดยการประเมินสถานการณ์ฯ ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย�่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT) ซึง่ ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคี และมีผลใช้บงั คับเมือ่ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ตามทีไ่ ด้ทำ� ค�ำแถลง ตีความในข้อ ๑ นิยามค�ำว่า “ทรมาน” ข้อ ๔ การก�ำหนดให้การทรมานเป็นความผิดอาญา และข้อ ๕ เขตอ�ำนาจเหนือความผิด ซึ่งให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา และจัดท�ำข้อสงวนตามข้อ ๓๐ วรรคหนึ่ง การให้น�ำข้อพิพาทเกี่ยวกับการตีความ หรือน�ำอนุสัญญาไปใช้ในการวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในสมัยประชุมครั้งที่ ๑๒๓๙ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คณะกรรมการประจ�ำอนุสญ ั ญาฯ ได้มขี อ้ สังเกตเชิงสรุปกรณีประเทศไทย โดยเห็นว่าประเทศไทยควรยกเลิกค�ำแถลง ตีความข้อ ๑ ข้อ ๔ และข้อ ๕ สอบสวนกรณีมีการกระท�ำการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย โดยในปี ๒๕๕๙ กสม. แบ่งสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองออกเป็น ๔ เรื่องหลัก ได้แก่ (๑) การทรมานและการบังคับบุคคลให้สญ ู หาย (๒) สิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม (๓) สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุม้ ครอง ข้อมูลส่วนบุคคล และ (๔) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม ๓.๑ การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ๓.๑.๑ หลักการสิทธิมนุษยชน สิทธิที่จะไม่ถูกกระท�ำทรมานเป็นสิทธิและเสรีภาพ ในชี วิ ต และร่ า งกาย ซึ่ ง ได้ รั บ การรั บ รองตามหลั ก การ ในรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย รวมทั้ ง พั น ธกรณี ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ ได้กำ� หนดหลักการว่าบุคคลย่อมมีสทิ ธิและเสรีภาพ ในชีวติ ร่างกายและบุคคลมีสทิ ธิทจี่ ะไม่ถกู กระท�ำทรมาน กติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๗ รับรองว่าบุคคลจะถูกทรมาน หรือได้รับการประติบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือต�่ำช้ามิได้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจ�ำกติการะหว่างประเทศฯ ได้มีความเห็นทั่วไปที่ ๒๐ เกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและ สิทธิทางการเมือง ข้อ ๗ กล่าวคือ ในการอธิบายขั้นตอนการคุ้มครองการกระท�ำที่ต้องห้ามตามข้อ ๗ รัฐภาคีควรให้ บทที่ ข้อมูลข่าวสารในรายละเอียดเกีย่ วกับมาตรการปกป้อง (Safeguard) เพือ่ คุม้ ครองเป็นพิเศษแก่ผทู้ ดี่ อ้ ยโอกาส มีกฎ/ระเบียบ ๓ สอบสวนอย่างเป็นระบบ ค�ำสั่ง วิธีการ แนวปฏิบัติ การจัดการสถานคุมขัง และการปฏิบัติต่อผู้ถูกจับกุม คุมขัง หรือจ�ำคุก ในการป้องกันการทรมาน การปฏิบัติที่ทารุณ การประกันการคุ้มครองผู้ถูกคุมขังอย่างมีประสิทธิภาพ ควรคุมขังผู้ถูกคุมขัง ในสถานทีท่ ไี่ ด้รบั การยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นสถานทีค่ มุ ขัง และแจ้งให้ผนู้ นั้ ทราบถึงชือ่ และสถานทีใ่ ช้คมุ ขัง ชือ่ เจ้าหน้าที่ ทีร่ บั ผิดชอบ มีการบันทึกในทะเบียนทีใ่ ห้ผเู้ กีย่ วข้อง รวมถึงญาติและเพือ่ นของผูถ้ กู คุมขังสามารถเข้าถึง มีการบันทึกเวลาและ สถานทีส่ อบสวนและชือ่ ของคนทุกคนในการสอบสวนนัน้ อันสามารถน�ำมาใช้ในกระบวนการพิจารณาคดีและการบริหารจัดการ ไม่ควรคุมขังในสถานที่ที่ไม่สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ รัฐภาคีควรประกันว่าสถานที่คุมขังใด ๆ ก็ตามจะไม่มีเครื่องมือที่���ช้ การทรมานที่เป็นการลงโทษ หรือการปฏิบัติที่ทารุณ และจ�ำเป็นต้องพร้อมให้แพทย์และทนายความเข้าถึงผู้ถูกคุมขังได้และ เป็นประจ�ำภายใต้การควบคุมอย่างเหมาะสม ขณะทีด่ ำ� เนินการสอบสวนและควรให้สมาชิกของครอบครัวเข้าถึงได้ เพือ่ ไม่ให้ เกิดการกระท�ำอันเป็นการละเมิด ข้อ ๗ กฎหมายต้องก�ำหนดห้ามการน�ำเอกสาร ข้อความ หรือไม่น�ำค�ำสารภาพที่ได้มาจาก การทรมานหรือการปฏิบัติที่ต้องห้ามอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาคดีในศาล รัฐภาคีต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเยียวยา รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 65 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3