สิทธิชุมชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในปี ๒๕๕๙ สถานการณ์สิทธิชุมชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงมีสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับปีที่
ผ่านมา โดยรัฐมีความพยายามที่จะด�ำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งในหลายกรณียังขาดกระบวนการมีส่วนร่วม
ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขาดความเข้าใจในบริบทของชุมชน ตลอดจนขาดการค�ำนึงถึงผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อ
ชุมชน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐ กับประชาชนและชุมชน และท�ำให้เกิดความเหลื่อมล�้ำในสังคมมากยิ่ง
ขึ้น โดยมีสถานการณ์ส�ำคัญ ๆ ได้แก่
• การบริหารจัดการพลังงาน รัฐบาลผลักดันให้มกี ารสร้างโรงงานไฟฟ้าหลายแห่ง เพือ่ ความมัน่ คงทางด้านพลังงาน
ทัง้ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โรงไฟฟ้าถ่านหินอ่างทอง และโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดชัยภูมิ
โดยพบว่า ประชาชนและชุมชนในพืน้ ทีม่ คี วามกังวลถึงผลกระทบทีอ่ าจเกิดขึน้ และยังมิได้มสี ว่ นร่วมอย่างจิงจัง จึงท�ำให้เกิด
การคัดค้าน
• การบริ ห ารจั ด การเหมื อ งแร่ คณะรั ฐ มนตรี มี ม ติ
ก�ำหนดยุติการท�ำเหมืองทั่วประเทศหลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม
๒๕๕๙ และได้ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐
ซึ่งต่อมา กสม. ได้เสนอให้ถอนร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ….๑๕
ในขณะที่รัฐควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ
• การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทีด่ นิ และป่าไม้
สืบเนือ่ งจากการใช้คำ� สัง่ คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และที่ ๖๖/๒๕๕๗ นัน้
กสม. เห็นว่าการด�ำเนินนโยบายพัฒนาต่าง ๆ ของรัฐ ยังมิได้คำ� นึง
หรือใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนและชุมชน นอกจากนี้ การด�ำเนิน
นโยบายพัฒนายังขาดความสอดคล้องหรือขัดแย้งกับนโยบายอืน่ ๆ รวมถึงแนวทางการพัฒนาซึง่ เป็นวาระของชาติ
• การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนอย่างน้อย ๒ ประการ คือ ค�ำสั่ง คสช. ที่
๓/๒๕๕๙ และ ๔/๒๕๕๙ ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อม
ทีด่ ี ทัง้ นีเ้ นือ่ งจากกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร เป็นกฎหมายทีม่ เี นือ้ หาและกระบวนการ
จัดท�ำกฎหมายอยูภ่ ายใต้หลักการคุม้ ครองสิทธิการมีสว่ นร่วมของประชาชนและหลักสิทธิในการมีชวี ติ อยูใ่ นสภาพแวดล้อมทีด่ ี
เมือ่ มีการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายทัง้ สองฉบับในพืน้ ทีจ่ ดั ท�ำโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ท�ำให้ประชาชนในพืน้ ทีด่ งั กล่าว
ได้รับผลกระทบและมีความเสี่ยงกับการได้รับผลจากการที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป
ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙
กสม. พบว่า กลุ่มเด็กและสตรี โดยเฉพาะในกลุ่มที่สูญเสีย
ผู้น�ำครอบครัวในเหตุการณ์ความไม่สงบ กลายเป็นกลุ่มประชากร
ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเรื้อรัง จึงมีข้อเสนอ
ให้รัฐต้องมีแนวทางในการเยียวยาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อ
ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
่
กสม. พบว่า การด�ำเนินโครงการต่าง ๆ ทั้งการจัดการพลังงาน เหมืองแร่ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน และป่าไม้ บทที
๒
ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ยังมิได้ด�ำเนินการตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ขั้นตอน การให้ข้อมูล
การรับฟังความคิดเห็น และขาดการวางแผนหรือเตรียมความพร้อมในการเยียวยา หรือแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
อันเกิดจากโครงการ ดังนั้น จึงเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการด�ำเนินการใด ๆ อันเป็นการ
ป้องกัน หลีกเลี่ยง และการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยค�ำนึงถึงสิทธิของประชาชน
๑๕
อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
55
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙