๓.
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนกรณีเฉพาะ
สถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนกรณีเฉพาะ กสม. ได้พจิ ารณาจากสถานการณ์ทมี่ ผี ลกระทบต่อประชาชนและประเทศ
ในภาพรวม รวมถึงสถานการณ์ที่สังคมให้ความสนใจต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐ โดยประเด็นที่ถูกน�ำมาเสนอในรายงานผล
การประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙ ประกอบด้วย สถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนกรณีเฉพาะ ๔ กรณี ได้แก่
(๑) สถานการณ์การค้ามนุษย์ (๒) ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (๓) สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ (๔) สิทธิชมุ ชน ซึง่ สรุปได้ดงั นี้
การปรับแก้ไขกฎหมายอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกับการบังคับใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมการประมงและอาหารทะเล รวมถึง
การประกาศใช้พระราชบัญญัตคิ วบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๕๕๙ นอกจากนี้ ยังจัดตัง้ ส�ำนักงานคดีคา้ มนุษย์ในส�ำนักงานอัยการ
สูงสุด และแผนกคดีคา้ มนุษย์ในศาลอาญา พร้อมกับออกข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธกี ารด�ำเนินคดีคา้ มนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙
เพื่อให้การด�ำเนินคดีที่เกี่ยวกับความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นไปด้วยความรวดเร็ว สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ในขณะที่ยังพบ
สถานการณ์ที่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์มักถูกนําตัวไปใช้หรือแสวงหาประโยชน์ลักษณะส�ำคัญ กล่าวคือ
• การบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ในภาคอุตสาหกรรมการประมง
• การขายบริการทางเพศ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์กรณีผู้หญิงต่างด้าวในสถานบริการต่าง ๆ๑๑
• การบังคับเป็นขอทาน โดยการน�ำเด็กมาเป็นเครือ่ งมือในการขอทาน และการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ
อาทิ การขายพวงมาลัย และการขายสินค้าต้นทุนต�ำ่ ในช่วงเวลาหรือสถานทีท่ ไี่ ม่เหมาะสม ซึง่ มีความเสีย่ งทีจ่ ะถูกล่วงละเมิดทางเพศ
• การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ซึ่งยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดแจ้งในประเทศไทย
จากสถานการณ์โดยรวมของปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เห็นได้วา่ ทุกภาคส่วนมีความพยายามในการแก้ไขปัญหา
ทั้งในส่วนของการออกกฎหมาย มาตรการต่าง ๆ การเร่งรัดกระบวนการด�ำเนินการ โดยน�ำข้อเสนอแนะและข้อสังเกตต่าง ๆ
ของคณะกรรมการประจ�ำตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ทัง้ ICCPR และ ICESCR มาเป็นกรอบในการด�ำเนินการ
ท�ำให้สถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทยในปี ๒๕๕๙ คลีค่ ลายขึน้ อันน�ำมาซึง่ การพิจารณาเปลีย่ นสถานะของประเทศไทย
จากการถูกก�ำหนดสถานะอยูใ่ น Tier 3๑๒ ในปี ๒๕๕๘ มาเป็นสถานะ Tier 2 Watch List๑๓ ซึง่ หากประเทศไทยด�ำเนินนโยบาย
และมาตรการทีไ่ ด้จดั ให้มขี นึ้ แล้วอย่างต่อเนือ่ งและจริงจัง จะมีสว่ นท�ำให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ได้ผลดีมากยิง่ ขึน้
ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙
สถานการณ์การค้ามนุษย์
รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญและตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยด�ำเนินการแก้ไขปัญหาทัง้ ในเชิงกฎหมาย
นโยบาย ตลอดจนการปฏิบตั กิ ารเชิงรุก โดยแก้ไขเพิม่ เติมพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ ให้สอดคล้องกับพิธีสารต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในหญิงและเด็กซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
การปรับแก้ไขความหมายของค�ำว่า “เหยือ่ การค้ามนุษย์” ในส่วนของการค้าประเวณี ให้รวมถึงกรณีทผี่ กู้ ระท�ำการค้าประเวณี
ได้กระท�ำด้วยความยินยอมหรือสมัครใจด้วย๑๐
ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
่
สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนมิได้ก�ำหนดพันธะผูกพันทางกฎหมายต่อภาคธุรกิจไว้โดยตรง บทที
๒
แต่ได้ก�ำหนดให้รัฐเป็นผู้รับผิดชอบ มีพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยการตรากฎหมายและบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ
ทีม่ บี ทบัญญัตใิ ห้บริษทั ธุรกิจต้องเคารพต่อสิทธิมนุษยชน หลายกรณีพบว่า แม้ธรุ กิจจะได้ปฏิบตั ติ ามกฎหมายของแต่ละประเทศแล้ว
ข้อมูลจากนางสาวศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล ทนายความด้านการค้ามนุษย์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐ (โดยการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ได้รับการ
ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายเมื่อเดือน มกราคม ๒๕๖๐)
๑๑
รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ ๗๓/๒๕๖๐ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๑๒
กลุ่มประเทศที่สถานการณ์การค้ามนุษย์ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต�่ำของ TVPA และรัฐบาลประเทศนั้นไม่ด�ำเนินการแก้ไขอย่าง
๑๓
กลุ่มประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ
๑๐
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
53
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙