๔.
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มเฉพาะ
กสม. ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ๘ กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้รัฐและไร้สัญชาติ กลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็ก กลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชน กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลาย
ทางเพศ กลุ ่ ม ผู ้ สู ง อายุ กลุ ่ ม แรงงานข้ า มชาติ แ ละผู ้ ติ ด ตาม และกลุ ่ ม สตรี มี ค วามเกี่ ย วข้ อ งกั บ การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ
ในด้ า นต่ า ง ๆ ที่ ไ ด้ รั บ การประกั น ทั้ ง จากพั น ธกรณี ร ะหว่ า งประเทศด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน บทบั ญ ญั ติ ต ามรั ฐ ธรรมนู ญ
มาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ ตลอดจนการประกาศรับ หรือการยอมรับการด�ำเนินการของรัฐบาลในกระบวนการ UPR
กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจจะถูกละเมิดซ�้ำซ้อนด้วยเหตุแห่งการมีสถานะต่าง ๆ
เหลือ่ มหรือทับซ้อนกัน โดย กสม. พบว่า รัฐบาลได้ให้ความคุม้ ครองสิทธิของกลุม่ บุคคลทัง้ ๘ กลุม่ ผ่านการก�ำหนดนโยบาย การตรากฎหมาย
และการมีแนวปฏิบตั ทิ มี่ คี วามก้าวหน้าหลายประการ แต่ยงั คงมีขอ้ จ�ำกัดเรือ่ งการขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหน่วยงาน
ในการน�ำนโยบายและกฎหมายไปปฏิบัติ (enforcement) การขาดการบูรณาการ (coherence) การใช้นโยบาย
และกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ท�ำให้กลุ่มเฉพาะแต่ละกลุ่มมิได้รับการคุ้มครองสิทธิเท่าที่ควร โดยสรุปได้ดังนี้
กลุ่มชาติพันธุ์ คนไร้รัฐและไร้สัญชาติ
ปัจจุบัน สังคมไทยมีความเป็นพหุลักษณ์ (pluralism) โดยพบว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์อยู่ในประเทศไทยมานานหลาย
ชัว่ อายุคน แต่ยงั ประสบสภาวะการไร้รฐั ไร้สญ
ั ชาติ โดยสาเหตุหลักมาจากข้อจ�ำกัดของกฎหมายสัญชาติ และสิทธิในความเป็น
พลเมืองของรัฐไทย ท�ำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน หรือการพัฒนาต่าง ๆ จากการตรวจสอบกรณีร้องเรียน
กสม. พบลักษณะส�ำคัญที่ท�ำให้เกิดปัญหาสิทธิของบุคคลในกลุ่มนี้ ได้แก่
• การเป็นคนไร้รฐั ไร้สญ
ั ชาติ จากการขาดเอกสารพิสจู น์ตน การขาดความชัดเจน หรือปัญหาข้อติดขัดการเพิม่ ชือ่
ในทะเบียนราษฎร และขอมีบัตรประจ�ำตัวประชาชน
• การเป็นบุคคลไร้รากเหง้า ทั้งเหตุจากการก�ำพร้าบุพการี หรือการถูกทอดทิ้ง
• การถูกจ�ำหน่าย หรือการระงับความเคลื่อนไหวรายการบุคคลทางทะเบียนราษฎร
• การขาดความชัดเจนของกฎหมาย นโยบาย หรือการปฏิบัติที่เกี่ยวกับการขอแปลงสัญชาติ (เป็นไทย) ส�ำหรับ
บุคคลไร้สัญชาติในบางกรณี (อาทิ บุคคลผู้ท�ำคุณประโยชน์)
• การขาดนิยามความชัดเจนของค�ำว่าชนพื้นเมือง (indigenous peoples) ซึ่งหมายถึง กลุ่มคนชุมชนที่มีอยู่
ใช้ชีวิต และผูกพันกับถิ่นฐาน วิถีปฏิบัติ และวัฒนธรรมของบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่รัฐได้ด�ำเนินการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐ ไร้สัญชาติอย่างต่อเนื่อง โดยการตราและพัฒนากฎหมาย และ
นโยบายให้สอดคล้องกันเพือ่ แก้ไขปัญหาการไร้รฐั ไร้สญ
ั ชาติใน ๔ ส่วนหลัก คือ (๑) การแก้ไขการไร้สญ
ั ชาติทเี่ กิดจากประกาศ
คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ โดยก�ำหนดพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๓
เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ อันเนื่องมาจากการยกเลิกหลักเกณฑ์การให้สัญชาติโดยหลักดินแดน (๒) การให้สัญชาติ
กับบุคคลทีส่ บื สันดานจากบุพการีทมี่ เี ชือ้ สายไทยแต่ไม่ได้สญ
ั ชาติไทย หรือเสียสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายอัน���กิดจากการ
เปลีย่ นแปลงเขตแดน (state succession) อาทิ กลุม่ คนพลัดถิน่ เชือ้ สายไทย หรือคนไทยพลัดถิน่ (๓) การลดขัน้ ตอนและระยะเวลา
ในการพิจารณาอนุมัติสัญชาติไทยเฉพาะราย (๔) การแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลของเด็กนักเรียน นักศึกษา
และบุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย ที่เป็นบุตรของชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย รวมถึงเด็ก
และบุคคลที่ก�ำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือส�ำเร็จการศึกษาแล้ว ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป โดยการตรา
พระราชบัญญัตกิ ารทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ ๒) ทีก่ ำ� หนดหลักเกณฑ์เรือ่ งการจดทะเบียนการเกิดของเด็กทุกคน
ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ก�ำหนดหลักการเกี่ยวกับการ
จัดท�ำทะเบียนประวัติของบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไว้อย่างชัดเจน นอกจากนั้น รัฐยังด�ำเนินการขับเคลื่อน นโยบาย
แนวทางต่าง ๆ ให้กา้ วหน้าบรรลุผลเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการก�ำหนดสถานะให้แก่บคุ คลไร้สญ
ั ชาติโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
21
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙