บทสรุปผู้บริหาร การจัดท�ำรายงานประจ�ำปีเพือ่ ประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนภายในประเทศเสนอต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี และเปิดเผย ต่อสาธารณชนเป็นอ�ำนาจหน้าทีห่ นึง่ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทีไ่ ด้บญ ั ญัตไิ ว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ (๘) และพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๑๕ (๖) เป็นการ รายงานให้ทราบถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศว่า ในปีนั้น ๆ มีสถานการณ์ใดบ้าง ที่มีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน ทั้งในด้านที่เป็นความก้าวหน้า และถดถอย โดย กสม. ใช้เกณฑ์หรือมาตรฐานหลัก ๒ ประการในการประเมิน กล่าวคือ (๑) หลักการตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ รวมทัง้ กฎหมายภายในอืน่ ๆ และ (๒) สิทธิทไี่ ด้รบั การรับรองจากสนธิสญ ั ญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ทีป่ ระเทศไทยเป็นภาคีรวม ๗ ฉบับ รวมทั้งมาตรฐานระหว่างประเทศ และค�ำมั่นสัญญาต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยได้ให้ไว้ต่อประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๙ กสม. ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายในประเทศโดยสรุปเป็น ๔ ส่วนหลัก ดังนี้ ๑. สถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม. ประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และการต่อต้านการทรมาน การประติบตั ิ หรือการลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี โดยพิจารณาสารัตถะของสิทธิตามทีบ่ ญ ั ญัตไิ ว้ในกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) อนุสญ ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และ การประติบตั ิ หรือการลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี (CAT) อนุสญ ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุม้ ครอง บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) รวมถึงข้อเสนอแนะที่ประเทศไทยได้รับมาปฏิบัติภายใต้กลไก UPR มีสถานการณ์หลักสรุปได้ ดังนี้ การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ประเทศไทยได้ยกร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ. .... โดยผนวกหลักการ และสาระส�ำคัญของอนุสญั ญา CAT และอนุสญั ญา CED ไว้ดว้ ยกัน ซึง่ คณะรัฐมนตรีมมี ติเมือ่ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CED และร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ การทรมานและการบังคับบุคคลให้สญู หาย โดยในส่วนหนึง่ มีขอ้ ร้องเรียนว่า มีเจ้าหน้าทีร่ ฐั เกีย่ วข้อง อีกทัง้ ยังพบข้อท้าทายอันเนือ่ งมาจาก การขาดหรือการตีความทางกฎหมาย การก�ำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึง่ ส่ง ผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการติดตามหาบุคคลทีห่ ายสาบสูญโดยถูกบังคับ อาทิ • ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖/๑ ได้มขี อ้ ยกเว้นให้รบั ฟังพยานหลักฐานทีเ่ กิดขึน้ โดยชอบ แต่ได้มาเนื่องจากการกระท�ำโดยมิชอบหรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบได้ หากเป็นประโยชน์ต่อการอ�ำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรม ทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพของประชาชน ลักษณะดังกล่าว ท�ำให้เก���ดช่องว่างทางกฎหมายและวิธกี ารปฏิบตั ิ การตีความ เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการ ยุตธิ รรมของครอบครัวบุคคลถูกบังคับให้สญู หาย และเปิดช่องให้มกี ารละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าทีร่ ฐั ด้วยการกระท�ำทรมาน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กสม. ได้รับเรื่องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมในจ�ำนวนที่มากกว่าสิทธิด้านอื่น ๆ แม้ว่ารัฐบาลได้พยายามด�ำเนินการตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่ประกันสิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม และท�ำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 15 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3