ส�ำหรับปัญหาน�้ำท่วมในฤดูมรสุม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงศึกษาหาวิธีบรรเทา
ความเดือดร้อนจากน�้ำท่วมแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ลุ่มและมักจมอยู่ใต้น�้ำ คือ “โครงการแก้มลิง”
ซึ่งเกิดจากแนวพระราชด�ำริถึงการที่ลิงอมกล้วยกักตุนไว้ในกระพุ้งแก้มได้คราวละมาก ๆ โดยทรงอธิบายว่า
“จะต้องท�ำแก้มลิงเพือ่ ทีจ่ ะเอาน�ำ้ นีไ้ ปเก็บไว้ เวลาน�ำ้ ทะเลขึน้ ไม่สามารถทีจ่ ะระบายออก น�ำ้ ทะเลก็ขนึ้ มาดันขึน้ ไป
ตามแม่น�้ำขึ้นไปเกือบถึงอยุธยา ท�ำให้น�้ำลดลงไปไม่ได้ แล้วเวลาน�้ำทะเลลง น�้ำที่เอ่อขึ้นมานั้นก็ไม่สามารถที่จะกลับเข้าไป
ในแม่น�้ำเจ้าพระยาก็ท่วมต่อไป จึงต้องมีแก้มลิง เราพยายามที่จะเอาน�้ำออกมาเมื่อมีโอกาส”
ด้วยแนวพระราชด�ำรินจี้ งึ เกิดเป็นโครงการแก้มลิงขึน้ เพือ่ บริหารจัดการน�ำ้ ในลุม่ น�ำ้ ภาคกลาง โดยจัดให้มพี นื้ ทีพ่ กั น�ำ้
ตามจุดต่าง ๆ เพื่อท�ำหน้าที่รองรับน�้ำฝนไว้ชั่วคราว ก่อนจะระบายลงทางระบายน�้ำสาธารณะช่วยแก้ปัญหาน�้ำท่วมขังได้
นอกจากนี้ แนวพระราชด�ำริแก้มลิงยังผสานแนวคิดในการอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อมด้วย กล่าวคือ เมือ่ น�ำ้ ทีถ่ กู เก็บกักไว้ถกู ส่งเข้าไป
ในคลองต่าง ๆ ก็จะเข้าไปเจือจางน�้ำเน่าเสียในคลองและผลักน�้ำเสียที่เจือจางแล้วลงสู่ทะเลต่อไป
การพัฒนาทรัพยากรดิน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นปัญหาส�ำคัญจากการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
จึงมีพระราชด�ำริเรื่องการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินอันเป็นแหล่งแร่ธาตุส�ำคัญของพืช
เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชตระกูลหญ้าที่จะเป็นเสมือนรั้วขวางทางไหลของดินที่ถูกน�้ำพัดได้ ต่อมาทรงมีพระราชด�ำริให้วิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยีหญ้าแฝกในเชิงวิชาการ กระทัง่ ค้นพบว่าหญ้าแฝกเป็นพืชทีใ่ ห้ประโยชน์กบั ส่วนรวมในฐานะพืชทีม่ มี ลู ค่า
ครบวงจร ทั้งก้าน ใบ ขี้เถ้า และราก สามารถน�ำไปแปรรูปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ด้วยเหตุที่หญ้าแฝกมีคุณสมบัติเป็นพืช
สร้างรายได้อย่างครบวงจรให้แก่เกษตรกรนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงมีพระราชด�ำริให้ด�ำเนินการด้านสิทธิบัตร เพื่อให้หญ้าแฝก
เป็นทรัพย์สินของชาติมาจนทุกวันนี้
การพัฒนาทรัพยากรด้านการเกษตร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชทรงเน้นเรือ่ ง สิทธิการท�ำกินเพือ่ การพัฒนาทีย่ งั่ ยืน ทีผ่ สมผสาน
ความต้องการของเกษตรกรให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้น�ำพระราชด�ำริมาปฏิบัติจริงจนสามารถพัฒนา
เป็นทฤษฎีการจัดการที่ดินและแหล่งน�้ำอย่างถูกต้องที่เรียกว่า “ทฤษฎีใหม่” อันมีจุดประสงค์หลักให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้
และมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง โดยทรงสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนมาท�ำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายแทน
การปลูกพืชชนิดเดียว ปลูกข้าวในฤดูกาลท�ำนาทีม่ กี ารควบคุมการใช้นำ�้ และปลูกพืชอืน่ ทีเ่ หมาะสมในฤดูแล้ง ผลของทฤษฎีใหม่นี้
ท�ำให้เกษตรกรพากันปลูกข้าวเป็นพืชหลัก ปลูกผักผลไม้ และพืชอืน่ ๆ เป็นพืชรอง ท�ำประมงและเลีย้ งสัตว์ควบคูไ่ ป เป็นการสร้าง
รายได้ให้เกษตรกรต่อเนื่องได้ทั้งปี โดยมีการสนับสนุนให้น�ำข้าวและผลผลิตมารวมกันจ�ำหน่ายในรูปสหกรณ์และมีการ
จัดตั้งกองทุนชุมชนกู้ยืมเพื่อท�ำกิจกรรมต่าง ๆ
ดังที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงตัวอย่างผลส�ำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริเพียงไม่กี่โครงการที่ท�ำให้
ประชาชนชาวไทยได้มีสิทธิในการด�ำรงชีวิตและได้รับมาตรฐานความเป็นอยู่ที่พอเพียง
นอกจากพระราชภารกิจในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและการท�ำกินของประชาชนแล้ว พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ด้านสุขภาพอนามัยแก่ราษฎรทุกท้องถิ่น
เห็นได้จากการเสด็จพระราชด�ำเนินเยีย่ มเยียนราษฎรในถิน่ ทุรกันดาร โดยรับสัง่ ให้หน่วยแพทย์หลวงและหน่วยแพทย์เคลือ่ นที่
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
11
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙