สถานการณ์สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมมีความเกี่ยวข้องกับหลักการในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights - ICESR) ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นภาคี
กติกา ICESCR เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๒ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ เนื้อหาของกติกา ICESCR มีจ�ำนวน ๓๑ ข้อ โดยเนื้อหา
ที่ว่าด้วยสิทธิต่าง ๆ ของประชาชนปรากฏอยู่ในข้อ ๑ - ๑๕ ของกติกา ICESCR ได้แก่ การก�ำหนดเจตจ�ำนงของตน การจัดการทรัพยากร
และการประกันสิทธิของรัฐภาคี ที่จะต้องให้สิทธิแก่ทั้งประชาชนและผู้ที่ไม่ใช่คนชาติของตน การประกัน สิทธิความเท่าเทียมกันในเรื่องเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรมระหว่างชายหญิงและเพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม ประชาธิปไตย การห้ามลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานการรับรอง
สิทธิในการท�ำงานหาเลีย้ งชีพด้วยสภาพการท�ำงานทีย่ ตุ ธิ รรม ค่าจ้างทีเ่ ป็นตามความเป็นอยูแ่ ละสภาพการท�ำงานทีป่ ลอดภัย ถูกสุขลักษณะ การก่อตัง้
สหภาพแรงงาน สิทธิของคนงาน สิทธิในสวัสดิการสังคม การประกันสังคม สิทธิของครอบครัวในฐานะเป็นสังคมพื้นฐานทางธรรมชาติ
สิทธิของมารดา เด็ก ผู้เยาว์ และความคุ้มครองสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอในปัจจัย ๔ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร โดยปลอดจากความ
หิวโหยและการแบ่งสรรอาหาร สิทธิดา้ นสุขภาพ สุขลักษณะ บริการทางการแพทย์ การควบคุมโรคระบาด โดยเฉพาะอนามัยทารก สิทธิทางการศึกษา
ซึ่งประถมศึกษาจะเป็นการศึกษาภาคบังคับที่ให้เปล่าแก่ทุกคน และการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน รวมถึง
การศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะต้องส่งเสริมให้มากที่สุด สิทธิที่จะมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการดูแลจากภาครัฐ
ที่จะคุ้มครองอนุรักษ์และการพัฒนา รวมทั้งการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และทางวัฒนธรรม
ในปี ๒๕๕๙ กสม. แบ่งสถานการณ์สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมออกเป็น ๓ เรื่องหลัก ได้แก่ (๑)
สิทธิด้านการศึกษา (๒) สิทธิด้านสุขภาพ และ (๓) สิทธิในการประกอบอาชีพและการท�ำงาน
๔.๑ สิทธิด้านการศึกษา
๔.๑.๑ หลักการสิทธิมนุษยชน
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ข้อ ๑๓
ก�ำหนดให้รฐั ภาคีมหี น้าทีร่ บั รองสิทธิของทุกคนในการศึกษา โดยมุง่ ให้เกิดการพัฒนาด้านบุคลิกภาพของมนุษย์และความส�ำนึก
ในศักดิศ์ รีของบุคคลอย่างสมบูรณ์ โดยให้ทกุ คนมีสว่ นร่วมในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีหน้าทีจ่ ดั การศึกษาภาคบังคับ
ให้กับทุกคนแบบให้เปล่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมทั้งจะต้องจัดการศึกษาขั้นมัธยมศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ให้ทุกคนมีสิทธิ
ได้รบั และให้ทกุ คนสามารถได้รบั การศึกษาขัน้ อุดมศึกษาอย่างเท่าเทียมกันบนพืน้ ฐานของความสามารถ ด้วยวิธกี ารทีเ่ หมาะสม
ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ รัฐยังต้องสนับสนุนสิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนทุกกลุ่มอายุ
รวมถึงรับรองเสรีภาพของประชาชนในการจัดการด้านการศึกษาของตนเองซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขึ้นต�่ำที่รัฐ
ก�ำหนดไว้
นอกจากนี้ คณะกรรมการประจ�ำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้มขี อ้ สังเกต
ทั่วไป (General Comment) เกี่ยวกับปัจจัยส�ำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ๔ ปัจจัย
คือ (๑) ความพร้อม (availability) ส�ำหรับรัฐในการจัดให้มีสถาบันการศึกษา และแผนการศึกษาต่าง ๆ อย่างเพียงพอ
และมีคุณภาพ (๒) การเข้าถึง (accessibility) สถาบันการศึกษา และแผนการศึกษาต่าง ๆ ที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ
(๓) การยอมรับ (acceptability) รูปแบบ สาระของการศึกษา หลักสูตร และวิธีการเรียนการสอนซึ่งจะต้องมีคุณภาพ
ตามมาตรฐานการศึกษาตามที่รัฐก�ำหนดไว้ รวมถึงเหมาะสมสอดคล้องกับวัฒนธรรม และ (๔) ความยืดหยุ่น (adaptability)
ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของสังคม และชุมชน รวมถึงตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่มีภูมิหลังทางสังคมและ
วัฒนธรรมที่หลากหลายได้๑๒๒
๑๒๒
Paragraph 6 - 7 CESR General Comment No.13 : The Right to Education (Art.13) Adopted at the 21st Session of the Committee on Economic, Social and Culture Rights on 8 December 1999 UN Doc E/C.12/1999/10
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
100
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙