ที่่�มา: ประชาไท สำำ� หรัั บ การดำำ� เนิิ น การของภาครัั ฐ ที่่� เ กี่่� ย วกัั บ เสรีีภาพของสื่่�อมวลชน สำำ�นัักงานศาลยุุติิธรรมกำำ�หนด แนวทางปฏิิ บัั ติิ ข องสื่่� อ มวลชนในการทำำ�ข่่ า วที่่� ไ ม่่ ใ ห้้ ถ่่ า ยทอดสดบนระบบอิิ น เทอร์์ เ น็็ ตผ่่ า นแพลตฟอร์์ ม ออนไลน์์ (live streaming) ในพื้้�นที่่�ศาล และกำำ�หนด แนวทางในการนำำ�เสนอข่่าวในศาลยุุติธิ รรม โดยสื่่อ� มวลชน จะต้้ อ งได้้ รัั บ อนุุ ญ าตเพื่่� อ เข้้ า ฟัั ง การพิิ จ ารณาคดีี แ ละ การรายงานข่่ า วจะต้้ อ งคำำ�นึึ ง ถึึ ง การคุ้้�มครองข้้ อ มููล ส่่วนบุุคคลของคู่่�ความ ซึ่่�งรวมถึึงสิิทธิิเด็็ก67 และในส่่วน การกำำ�กัับดููแลการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของสื่่�อมวลชนเพื่่�อให้้ เป็็นไปในทิิศทางเดีียวกัันและหลีีกเลี่่�ยงการถููกควบคุุม จากภาครัั ฐ สภาการสื่่� อ มวลชนแห่่ ง ชาติิ ไ ด้้ แ ต่่ ง ตั้้� ง คณะทำำ� งานศึึ ก ษาแนวทางการเพิ่่� ม ประสิิ ท ธิิ ภ าพ ในการกำำ�กัับดููแลกัันเองของสื่่�อมวลชน การกำำ�กัับดููแล กัันเองด้้านจริิยธรรมของสื่่�อมวลชนให้้มีีความเข้้มแข็็ง และมีีประสิิทธิิภาพมากขึ้้�น68 2 การดำำ�เนิินการของ กสม. ในปีี 2566 กสม. ได้้รัับเรื่่�องร้้องเรีียนในประเด็็น เสรีีภาพในการแสดงออกและเสรีีภาพของสื่่�อมวลชน ไว้้ตรวจสอบจำำ�นวน 6 คำำ�ร้อ้ ง อาทิิ กรณีีสื่่อ� มวลชนนำำ�เสนอ ข่่าวผู้้�ต้้องหาโดยไม่่คำ�นึ ำ งึ ถึึงสิิทธิิที่่จ� ะได้้รับั การสัันนิษิ ฐาน ไว้้ก่อ่ นว่่าเป็็นผู้้�บริสุิ ทุ ธิ์์จน � กว่่าจะมีีคำำ�พิิพากษาจนถึึงที่่�สุด ุ และสิิทธิิในความเป็็นอยู่่�ส่่วนตััว รวมถึึงหยิิบยกกรณีี การทำำ�หน้้าที่่�ของสื่่�อมวลชนที่่�อาจกระทบต่่อสิิทธิิเด็็ก ขึ้้�นตรวจสอบ นอกจากนี้้�มีีรายงานผลการตรวจสอบ ที่่�สำำ�คััญ เช่่น กรณีีบุุคคลขัับรถติิดตามเยาวชนหญิิง ซึ่่�งเป็็นนัักกิิจกรรมทางการเมืือง ซึ่่�ง กสม. เห็็นว่่า “ แม้้บุุคคลไม่่ได้้ถูกู ห้้ามใช้้เสรีีภาพ เพื่่อ� แสดงความคิิดเห็็นหรืือการแสดงออก แต่่การคุุกคามสิิทธิิในความเป็็นอยู่่�ส่่วนตััว ด้้วยการติิดตามเพื่่�อไม่่ให้้บุุคคลได้้ใช้้ เสรีีภาพได้้อย่่างเต็็มที่่�ย่่อมถืือเป็็นการละเมิิด ต่่อเสรีีภาพดัังกล่่าวด้้วย ” จึึงมีี ข้้ อ เสนอแนะให้้ ห น่่ ว ยงานที่่� เ กี่่� ย วข้้ อ งกำำ� หนด แนวปฏิิ บัั ติิ ข องเจ้้ า หน้้ า ที่่� ไ ม่่ ใ ห้้ ส่่ ง ผลกระทบต่่ อ เด็็ ก โดยคำำ�นึึงถึึงผลประโยชน์์สููงสุุดของเด็็กเป็็นสำำ�คััญ69 กรณีี ก ารนำำ� เสนอข่่ า วที่่� ก ระทบในสิิ ท ธิิ ค วามเป็็ น อยู่่� ส่่วนตััวของผู้้�ต้้องหาและพยานที่่�อยู่่�ในสถานที่่�เกิิดเหตุุ กสม. เห็็นว่า่ การสััมภาษณ์์ผู้้�ต้อ้ งหาหรืือพยานเหตุุการณ์์ โดยไม่่คำำ�นึึงถึึงความเป็็นอยู่่�ส่่วนตััวและการใช้้ถ้้อยคำำ� ชี้้นำ� ำ�ให้้เกิิดการตีีตราเป็็นการละเมิิดสิทิ ธิิในความเป็็นอยู่่� ส่่วนตััวและสิิทธิิที่่�จะได้้รัับการสัันนิิษฐานไว้้ก่่อนว่่าเป็็น ผู้้�บริิสุุทธิ์����จนกว่่าจะมีีคำำ�พิิพากษาอัันถึึงที่่�สุุดว่่าบุุคคลนั้้�น 02 การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง ความไม่่เชื่่�อมั่่�นต่่อประชาชนในการรัับข้้อมููลข่่าวสาร และพบผลการสำำ�รวจความคิิดเห็็นเกี่่�ยวกัับการนำำ�เสนอ ข่่ า วของสื่่� อ มวลชนซึ่่� ง สะท้้ อ นให้้ เ ห็็ นว่่ า สัั ง คม มีีความกัังวลต่่อการปั่่�นกระแสข่่าว การรายงานข่่าว ที่่� ไ ม่่ เ ป็็ น กลางปราศจากการตรวจสอบข้้ อ เท็็ จจริิ ง และทำำ�เพื่่�อผลประโยชน์์ขององค์์กรตนเอง66 66ศููนย์์สำำ�รวจความคิิดเห็็น “นิิด้้าโพล” สำำ�รวจความคิิดเห็็นระหว่่างวัันที่่� 21 - 24 พฤศจิิกายน 2566 จากจำำ�นวนตััวอย่่าง 1,310 หน่่วย ด้้วยวิิธีีการสุ่่�มตััวอย่่างแบบหลายขั้้�นตอน. จาก สื่่อ� ไหนเป็็นกลาง ยกมืือขึ้้น� , โดย นิิด้า้ โพล, 9 ธัันวาคม 2566. สืืบค้นจ ้ าก https://nidapoll.nida.ac.th/survey_detail?survey_id=668 67จาก ประกาศสำำ�นักั งานศาลยุุติธรรม ิ เรื่่อ� ง แนวทางปฏิิบัติั ขิ องสื่่อ� มวลชนในการทำำ�ข่า่ วในศาลยุุติธรรม ิ พ.ศ. 2566, โดย สำำ�นัักงานศาลยุุติธิ รรม, 23 สิิงหาคม 2566. สืืบค้้นจาก https://library.coj.go.th/th/pdf-view.html?fid=50619&table=files_biblio&main=legal-information-center &category=legal-database 68 จาก สภาการสื่่� อ มวลชนฯ เห็็ น ชอบตั้้� ง คณะทำำ� งานศึึ ก ษาแนวทางการเพิ่่� ม ประสิิ ท ธิิ ภ าพในการกำำ�กัั บ ดููแลกัั น เองของสื่่� อ มวลชน, โดย สภาการสื่่�อมวลชนแห่่งชาติิ, 13 กัันยายน 2566. สืืบค้้นจาก https://www.presscouncil.or.th/9374 69จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน ที่่� 27/2566 เรื่่�อง สิิทธิิและเสรีีภาพในชีีวิิตและร่่างกาย กรณีีเจ้้าหน้้าที่่�ใช้้วิิธีีการ ไม่่เหมาะสมควบคุุมตััวเด็็ก. 59

Select target paragraph3