1.2 การดำำ�เนิินคดีีเกี่่ย� วกัับ
การใช้้เสรีีภาพในการชุุมนุมุ
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
52
การกระทำำ�อัันเป็็นความผิิดในฐานอื่่�น เช่่น ความผิิด
เกี่่�ยวกัับอาวุุธ ความผิิดฐานละเมิิดอำ�น
ำ าจศาลและดููหมิ่่�น
การยกเลิิ ก สถานการณ์์ ฉุุ ก เฉิิ น เพื่่� อ ควบคุุ ม ศาล ความผิิดเกี่่�ยวกัับทรััพย์์ ความผิิดฐานใช้้เครื่่�อง
การแพร่่ระบาดของโรคโควิิด 19 ตั้้�งแต่่เดืือนตุุลาคม ขยายเสีียงโดยไม่่ขออนุุญาต ความผิิดฐานหมิ่่�นประมาท
2565 ส่่งผลให้้การชุุมนุุมสาธารณะอยู่่�ภายใต้้การบัังคัับ พระมหากษััตริย์ิ ฯ์ ความผิิดฐานวางเพลิิง และความผิิด
ใช้้ ต าม พ.ร.บ. การชุุ มนุุ มส าธารณะ พ.ศ. 2558 เกี่่�ยวกัับการจราจร เป็็นต้้น
ในส่่วนของผู้้�ชุุมนุมที่่
ุ ถูู� กจัับกุมุ และได้้รับั ผลกระทบ
อย่่างไรก็็ตาม ยัังมีีกรณีีผู้้�ชุุมนุุมถููกดำำ�เนิินคดีีที่่�เกี่่�ยวกัับ
การใช้้เสรีีภาพในการชุุมนุมุ ในชั้้�นพนัักงานสอบสวนและ จากการสลายการชุุ มนุุ ม ของกลุ่่�ม “ราษฎรหยุุ ด
พนัักงานอััยการ จำำ�นวน 41 คดีี55 เช่่น คดีีการชุุมนุุม APEC 2022” ได้้ ยื่่� นฟ้้ อ งเจ้้ า หน้้ า ที่่� ตำำ� รวจในข้้ อ หา
ร่่วมกัันละเมิิดเสรีีภาพการชุุมนุุมและใช้้ความรุุนแรง
ที่่�บริเิ วณแยกสามเหลี่่ย� มดิินแดงซึ่่ง� ส่่วนใหญ่่เป็็นการชุุมนุมุ
ในปีีก่่อนหน้้า คดีีการชุุมนุุมที่่�บริิเวณลานคนเมืืองซึ่่�งมีี ต่่อผู้้�ชุุมนุุม โดยขอให้้ศาลมีีคำำ�พิิพากษาให้้ตำำ�รวจชดใช้้
ค่่าเสีียหาย รวม 12,499,891 บาท ให้้ผู้้�บััญชาการ
เด็็กและเยาวชนถููกกล่่าวหาว่่ากระทำำ�ผิด
ิ และคดีีการชุุมนุมุ
ของกลุ่่�ม “ราษฎรหยุุด APEC 2022” ที่่�ถนนดิินสอ ตำำ�รวจแห่่งชาติิกำำ�กัับดููแลไม่่ให้้มีีการปิิดกั้้�นขััดขวาง
ุ าธารณะ
ทั้้� ง นี้้� ภ าคประชาสัั ง คมรายงานว่่ า มีี ค ดีี ที่่� พ นัั ก งาน หรืือใช้้กำำ�ลังั ในการปฏิิบัติั หิ น้้าที่่�ดููแลการชุุมนุมส
ั ว่ น และเกิินสมควรแก่่เหตุุ
สอบสวนหรืือพนัักงานอััยการมีีคำำ�สั่่�งไม่่ฟ้้องผู้้�ต้้องหา ที่่�รุนุ แรงเกิินจำำ�เป็็น ไม่่ได้้สัดส่
เนื่่� อ งจากเหตุุ ต่่ า งๆ อาทิิ ไม่่ ไ ด้้ เ ป็็ นผู้้�จัั ด หรืือริิ เ ริ่่� ม กัับผู้้�ชุุมนุุมทุุกกลุ่่�ม และให้้เปิิดเผยรายงานการปฏิิบััติิ
ุ อ่ สาธารณชน ซึ่่ง� ยัังอยู่่ใ� นระหว่่าง
ให้้มีีการชุุมนุุม การชุุมนุุมไม่่ปรากฏว่่ามีีกิิจกรรมอัันมีี หน้้าที่่�ดููแลการชุุมนุมต่
ลัักษณะยุุยงให้้เกิิดความไม่่สงบเรีียบร้้อยหรืือไม่่ปรากฏ การพิิจารณาคดีี
ว่่ า ทำำ� ให้้ เ กิิ ด การแพร่่ ร ะบาดของโรคโควิิ ด 19 หรืือ
ผู้้�เข้้าร่่วมการชุุมนุุมสวมหน้้ากากอนามััยเพื่่�อป้้องกััน
การแพร่่โรคโควิิด 19 แล้้ว เป็็นต้้น
สำำ�หรัับในชั้้�นศาล มีีคำำ�พิิพากษาลงโทษผู้้�เข้้าร่่วม
การชุุมนุุมในระหว่่างที่่�มีีประกาศสถานการณ์์ฉุุกเฉิิน
ด้้วยความผิิดฐานฝ่่าฝืืนข้้อกำำ�หนดออกตามความใน
มาตรา 9 ของ พ.ร.ก. การบริิหารราชการในสถานการณ์์
ฉุุกเฉิิน พ.ศ. 2548 จำำ�นวน 53 คดีี โดยมีีผู้้�ต้้องหา
หรืือจำำ�เลยที่่�เป็็นเด็็กอายุุต่ำำ��กว่่า 18 ปีีขณะถููกกล่่าวหา
ว่่ า กระทำำ�ผิิ ด 8 คดีี ซึ่่� ง ส่่ ว นใหญ่่ ศ าลเยาวชนและ
ครอบครััวกลางพิิพากษาลงโทษปรัับจำำ�เลยจากการฝ่่าฝืืน
ข้้ อ กำำ� หนดดัั ง กล่่ า ว อย่่ า งไรก็็ ต าม ในบางคดีี ศ าล ที่่�มา: มติิชนออนไลน์์
มีีคำำ�พิิพากษากำำ�หนดให้���ลงโทษจำำ�เลยด้้วยการจำำ�คุุก
แต่่ให้้รอการลงโทษไว้้ และสำำ�หรัับคดีีที่่มี� เี ด็็กอายุุต่ำำ��กว่่า
15 ปีีถููกกล่่าวหาว่่ากระทำำ�ความผิิด ศาลใช้้วิิธีีว่่ากล่่าว
ตัั ก เตืื อ นและปล่่ อ ยตัั ว ไป นอกจากนี้้� มีี ก รณีี ที่่� ศ าล
มีี คำำ� พิิ พ ากษาลงโทษจำำ� เลยที่่� เ ข้้ า ร่่ ว มการชุุ มนุุ มที่่� มีี
55การดำำ�เนิินคดีีในชั้้�นของพนัักงานอััยการบางคดีีเป็็นคดีีที่่�ตกค้้างมาจากปีีก่่อนหน้้า.