กสม. ยัังคงได้้รัับเรื่่�องร้้องเรีียน
จากผู้้�ต้้องขัังที่่�ถููกอายััดตััวอย่่างต่่อเนื่่�อง
แม้้ว่่า ตร. จะมีีกำำ�หนดระยะเวลา
เพื่่�อให้้พนัักงานสอบสวนดำำ�เนิินการ
โดยเร็็วแล้้วก็็ตาม แต่่ยังั ไม่่สามารถ
แก้้ไขปััญหาได้้ทั้้ง� หมด
”
นอกจากนี้้� ปัั ญ หาความแออัั ด ในเรืือนจำำ� และสภาพ
เรืือนจำำ�ที่่�ยัังต่ำำ��กว่่ามาตรฐานระหว่่างประเทศ ส่่งผล
ต่่อสุุขภาพอนามััยของผู้้�ต้้องขััง และการบัังคัับใช้้ระเบีียบ
กรมราชทัั ณ ฑ์์ ว่่ า ด้้ ว ยการดำำ� เนิิ น การสำำ� หรัั บคุุ มขัั ง
ในสถานที่่� คุุ มขัั ง พ.ศ. 2566 ที่่� ยัั ง ต้้ อ งติิ ดต าม
ผลการดำำ�เนิินการเพื่่�อไม่่ให้้เกิิดการเลืือกปฏิิบััติิ รวมทั้้�ง
ยัั ง ต้้ อ งมีี ก ารจำำ� แนกผู้้�ต้้ อ งขัั ง เด็็ ด ขาดกัั บผู้้�ต้้ อ งขัั ง
ระหว่่างพิิจารณาให้้สอดคล้้องกัับรัฐั ธรรมนููญ มาตรา 29
วรรคสอง และกติิกา ICCPR ข้้อ 14 วรรคสอง และ
ข้้อ 10 ในส่่วนของการปรัับปรุุงโทษประหารชีีวิิต แม้้ว่่า
ครม. จะมีีมติิในการแก้้ไขเพิ่่�มเติิมกฎหมายที่่�มีีฐาน
ความผิิดประหารชีีวิิตให้้เป็็นจำำ�คุุกตลอดชีีวิิตหรืือจำำ�คุุก
ระยะยาว แต่่ยังั ไม่่มีคี วามก้้าวหน้้าในปีีนี้้ที่่� จ� ะดำำ�เนิินการ
ให้้สอดคล้้องกัับหลัักการตามกติิกา ICCPR ข้้อ 6 (2)
โดยเฉพาะกรณีี ที่่� ยัั ง คงโทษประหารชีี วิิ ต ให้้ ล งโทษ
เฉพาะคดีีอุุกฉกรรจ์์ที่่�สุุดเท่่านั้้�น
ที่่�มา: สถาบัันเพื่่�อการยุุติิธรรมแห่่งประเทศไทย
4
ข้้อเสนอแนะ
ในการส่่งเสริิมและ
คุ้้�มครองสิิทธิิมนุษุ ยชน
กสม. เห็็นควรมีีข้้อเสนอแนะ ดัังนี้้�
4.1 รััฐบาล โดย ยธ. ควรเพิ่่�มการประชาสััมพันธ์
ั ์
ในเชิิงรุุกเพื่่�อให้้ประชาชนสามารถเข้้าถึึงความช่่วยเหลืือ
เยีี ย วยาตามกฎหมายว่่ า ด้้ ว ยค่่ า ตอบแทนผู้้�เสีี ย หาย
และค่่ า ทดแทนและค่่ า ใช้้ จ่่ า ยแก่่ จำำ� เลยในคดีี อ าญา
และกฎหมายว่่ า ด้้ ว ยกองทุุ นยุุ ติิ ธ รรมได้้ อ ย่่ า งทั่่� ว ถึึ ง
รวมทั้้� ง เชื่่� อ มโยงฐานข้้ อ มููลกัั บศููนย์์ ก ลางข้้ อ มููลเปิิ ด
ภาครัั��� (Open Government Data) เพื่่�อให้้ประชาชน
สามารถเข้้าถึึงข้้อมููลบริิการของหน่่วยงานได้้มากขึ้้�น
4.2 รััฐบาล โดย ตร. ควรกำำ�ชับ
ั เร่่งรััด และติิดตาม
พนัั ก งานสอบสวนให้้ ดำำ� เนิิ น การตามกฎหมาย
ว่่าด้้วยการกำำ�หนดระยะเวลาดำำ�เนิินงานในกระบวนการ
ยุุติิธรรม และจััดทำ�ำ ระบบเทคโนโลยีีสารสนเทศเพื่่�อให้้
ประชาชนและหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องสามารถตรวจสอบ
ความคืืบหน้้าการดำำ�เนิินงานในกระบวนการยุุติิธรรม
ได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ
4.3 รััฐบาลควรพิิจารณาสนัับสนุุนงบประมาณ
ให้้แก่่ ยธ. เพื่่�อปรัับปรุุงสภาพเรืือนจำำ�ให้้สอดคล้้องกัับ
ข้้อกำำ�หนดมาตรฐานขั้้�นต่ำำ��แห่่งองค์์การสหประชาชาติิ
ในการปฏิิบััติิต่่อผู้้�ต้้องขััง (ข้้อกำำ�หนดแมนเดลา) และ
ข้้ อ กำำ� หนดว่่ า ด้้ ว ยการปฏิิ บัั ติิ ต่่ อ ผู้้�ต้้ อ งขัั ง หญิิ ง
และมาตรการที่่�มิิใช่่การคุุมขัังสำำ�หรัับผู้้�กระทำำ�ผิิดหญิิง
(ข้้อกำำ�หนดกรุุงเทพ) รวมถึึงการจััดหาอุุปกรณ์์สำำ�หรัับ
ดููแลตนเองของผู้้�ต้้องขัังในเรืือนจำำ� การจััดสถานที่่�อยู่่�
ให้้ เ หมาะสม และการแยกปฏิิ บัั ติิ ที่่� ชัั ด เจนระหว่่ า ง
ผู้้�ต้้ อ งหาที่่� ถูู กควบคุุ มตัั ว ระหว่่ า งการสอบสวนหรืือ
พิิจารณาคดีีกับผู้้�ต้
ั อ้ งโทษที่่�ได้้รับคำ
ั ำ�พิิพากษาถึึงที่่�สุดุ แล้้ว
4.4 รัั ฐ บาล โดย ยธ. ควรเร่่ ง ดำำ� เนิิ น การ
ตามมติิ ครม. เมื่่�อวัันที่่� 26 กรกฎาคม 2559 ระยะที่่� 2
ในการยกเลิิ ก โทษประหารชีี วิิ ตบ างฐานความผิิ ด
โดยเฉพาะความผิิ ดที่่� ไ ม่่ ใ ช่่ ค ดีี อุุ ก ฉกรรจ์์ ต ามกติิ ก า
ICCPR โดยเปลี่่� ย นเป็็ น โทษจำำ�คุุ ก ตลอดชีี วิิ ต หรืือ
มีีมาตรการอื่่�นๆ ทดแทน
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
“
39