ในขณะที่่�ประเทศไทยยัังคงมีีโทษประหารชีีวิิต
ตามกฎหมายหลายฉบัับ กสม. ได้้มีีข้้อเสนอแนะต่่อ
ครม. และหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องในการทบทวนและแก้้ไข
กฎหมายเพื่่�อยกเลิิกโทษประหารชีีวิิตทั้้�งหมด โดยใช้้
มาตรการทางเลืื อ กอื่่� น แทนเพื่่� อ ให้้ เ หมาะสมกัั บ
พฤติิการณ์์การกระทำำ�ความผิิดและต้้องมีีกลไกที่่�เป็็น
หลัักประกัันความปลอดภััยให้้แก่่สังั คมด้้วย ทั้้�งนี้้� ในกรณีี
ที่่�ยัังไม่่ยกเลิิกโทษประหารชีีวิิต การลงโทษประหารชีีวิิต
ควรกระทำำ�เฉพาะคดีีอุกุ ฉกรรจ์์ที่่สุ� ด
ุ (the most serious
21
crimes) ที่่�มีีความร้้ายแรงเท่่านั้้�น
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
3
การประเมิินสถานการณ์์
สิิทธิิมนุษุ ยชน
พััฒนาการหรืือความก้้าวหน้้า
“
รััฐได้้ปรัับปรุุงกฎหมายที่่�เปลี่่�ยน
โทษทางอาญาหรืือมาตรการลงโทษ
ให้้เหมาะสมกัับสภาพความร้้ายแรง
ของการกระทำำ�ความผิิด เพื่่�อไม่่ให้้บุุคคล
ต้้องรัับโทษเกิินสมควร
”
โดยความผิิดทางพิินัยั มีีการชำำ�ระค่่าปรัับเป็็นพิินัยั แต่่ไม่่มีี
การจำำ�คุุ ก หรืือกัั ก ขัั ง แทนค่่ า ปรัั บ เพื่่� อ มิิ ใ ห้้ ป ระชาชน
ต้้องถููกจำำ�คุุกจากฐานะทางเศรษฐกิิจ รวมถึึงถููกบัันทึึก
ประวัั ติิ อ าชญากรรม ส่่ ง ผลกระทบต่่ อ การดำำ� รงชีี วิิ ต
ของประชาชนอัันเป็็นหลัักประกัันเพื่่�อความเป็็นธรรม
และลดความเหลื่่�อมล้ำำ�� ทางสัังคม อีีกทั้้�งการให้้ประชาชน
เข้้าถึึงสิิทธิิต่า่ งๆ ในกระบวนการยุุติธิ รรมตามเจตนารมณ์์
ของกฎหมายทั้้�ง 2 ฉบัับ ได้้แก่่ พ.ร.บ. ค่่าตอบแทน
ผู้้�เสีี ย หาย และค่่ า ทดแทนและค่่ า ใช้้ จ่่ า ยแก่่ จำำ� เลย
ในคดีีอาญา พ.ศ. 2544 และ พ.ร.บ. กองทุุนยุุติิธรรม
พ.ศ. 2558 มีี จำำ�น วนผู้้�ยื่่� นคำำ� ขอรัั บ ความช่่ ว ยเหลืื อ
21จาก
38
และได้้ รัั บ การอนุุ มัั ติิ เ พิ่่� มขึ้้� น กว่่ า ปีี ก่่ อ นหน้้ า รวมถึึ ง
การปรัั บ ปรุุ ง องค์์ ป ระกอบคณะอนุุ ก รรมการให้้
ความช่่ ว ยเหลืื อ ประจำำ�จัั ง หวัั ดต ามข้้ อ เสนอแนะของ
กสม. ทำำ�ให้้มีีสััดส่่วนการอนุุมััติิให้้ความช่่วยเหลืือจาก
กองทุุนยุุติิธรรมเพิ่่�มขึ้้�น ซึ่่�งสอดคล้้องกัับรััฐธรรมนููญ
มาตรา 25 และมาตรา 68 รวมทั้้�งกติิกา ICCPR ข้้อ 2 (3)
ที่่�รับั รองให้้บุคุ คลที่่�ได้้รับั ความเสีียหายและถููกละเมิิดสิทิ ธิิ
หรืือเสรีีภาพ หรืือจากการกระทำำ�ความผิิดอาญาของ
บุุคคลอื่่�นต้้องได้้รัับการเยีียวยา สำำ�หรัับการปรัับปรุุง
แก้้ ไ ขปัั ญ หาการดำำ� เนิิ น คดีี อ าญาล่่ า ช้้ า เพื่่� อ ไม่่ ใ ห้้
ผู้้�ต้้องขัังต้้องเสีียสิิทธิิ ตร. มีีกำำ�หนดระยะเวลาดำำ�เนิินงาน
เพื่่� อ ให้้ ป ระชาชนได้้ รัั บ การพิิ จ ารณาคดีี โ ดยไม่่ ล่่ า ช้้ า
เกิินความจำำ�เป็็นซึ่ง่� สอดคล้้องตามรััฐธรรมนููญมาตรา 68
และกติิกา ICCPR ข้้อ 14 (3) ที่่�กำำ�หนดให้้ประชาชน
เข้้าถึึงกระบวนการยุุติิธรรมได้้โดยสะดวกและรวดเร็็ว
นอกจากนี้้� รัั ฐ ได้้ จัั ด โครงการฝึึ ก อาชีี พ ให้้ ผู้้�พ้้ น โทษ
มีีงานทำำ�และมีีรายได้้ รวมถึึงสนัับสนุนุ ให้้สถานประกอบการ
รัับผู้้�พ้้นโทษเข้้าทำำ�งาน ซึ่่�งจะแก้้ไขปััญหาให้้ผู้้�ต้้องขััง
ไม่่ต้้องกลัับเข้้าสู่่�เรืือนจำำ�ลดความเสี่่�ยงในการกลัับไป
กระทำำ�ความผิิดซ้ำ� ส
�ำ อดคล้้องกัับกติิกา ICCPR ข้้อ 10 (3)
ในการฟื้้�นฟููทางสัังคมให้้แก่่ผู้้�พ้้นโทษและระบบที่่�จะให้้
ความช่่วยเหลืือหลัังการปล่่อยตััว
ปััญหาหรืืออุุปสรรค
มีีข้อ้ จำำ�กัดที่่
ั ป� ระชาชนส่่วนใหญ่่ยังั ไม่่ทราบภารกิิจ
ของกองทุุนยุุติิธรรม และในการขอรัับความช่่วยเหลืือ
ผู้้�ยื่่� นคำำ� ขอต้้ อ งขอเอกสารจากหน่่ ว ยงานที่่� เ กี่่� ย วข้้ อ ง
ซึ่่ง� ไม่่สามารถควบคุุมระยะเวลาได้้ ทำ�ำ ให้้ได้้รับั ความช่่วยเหลืือ
ล่่าช้้า อีีกทั้้ง� การให้้ความช่่วยเหลืือผู้้�ถููกละเมิิดสิทิ ธิิมนุษุ ยชน
หรืือผู้้�ได้้รัับผลกระทบจากการถููกละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน
ยัั ง มีี จำำ�น วนน้้ อ ย แม้้ ว่่ า จะมีี ก ารปรัั บ ปรุุ ง อัั ต ราส่่ ว น
ระหว่่ า งภาคประชาสัั ง คมกัั บ หน่่ ว ยงานราชการใน
คณะอนุุกรรมการระดัับจัังหวััดแล้้วสำำ�หรัับการดำำ�เนิิน
คดีีอาญาล่่าช้้า
รายงานข้้อเสนอแนะ ที่่� 10/2566 เรื่่�อง ข้้อเสนอแนะมาตรการและการแก้้ไขปรัับปรุุงกฎหมายที่่�มีีโทษประหารชีีวิิตเพื่่�อให้้สอดคล้้อง
กัับหลัักสิิทธิิมนุุษยชน.