การดำำ�เนิินการของ กสม.
ในปีี 2566 กสม. หารืือร่่วมกัับ ยธ. เพื่่�อผลัักดััน
การเข้้าถึึงสิิทธิิในกระบวนการยุุติิธรรม และขัับเคลื่่�อน
แนวทางการให้้ความช่่วยเหลืือประชาชน การจััดประเภท
เรืือนจำำ� ให้้ เ ป็็ น ไปตามกฎหมายสอดคล้้ อ งกัั บ หลัั ก
สิิทธิิมนุุษยชนและหลัักทััณฑวิิทยาโดยการแยกคุุมขััง
ผู้้�ต้้ อ งขัั ง ระหว่่ า งพิิ จ ารณากัั บผู้้�ต้้ อ งขัั ง เด็็ ด ขาด และ
การพััฒนาระบบฐานข้้อมููลในกระบวนการยุุติธิ รรม รวมทั้้�ง
การผลัักดัันร่่างกฎหมายทะเบีียนประวััติิอาชญากรรม16
การแก้้ ก ฎกระทรวงกำำ� หนดสถานที่่� อื่่� นที่่� ใ ช้้ ใ นการขัั ง
จำำ�คุุก หรืือควบคุุมผู้้�ต้้องหา จำำ�เลย หรืือผู้้�ซึ่่�งต้้องจำำ�คุุก
ตามคำำ� พิิ พ ากษาถึึ ง ที่่� สุุ ด พ .ศ. 2552 เพื่่� อ ให้้ ศ าล
ออกคำำ�สั่่�งควบคุุมตััวในสถานที่่�อื่่�นซึ่่�งมิิใช่่เรืือนจำำ�หรืือ
การคุุมขัังที่่�บ้้าน (house arrest) และออกแถลงการณ์์
เน้้นย้ำำ��ให้้แยกสถานที่่�คุุมขัังระหว่่างผู้้�ต้้องขัังเด็็ดขาด
กัับผู้้�ต้้องขัังระหว่่างพิิจารณาโดยต้้องเป็็นไปตามหลััก
สัันนิิษฐานว่่าบุุคคลทุุกคนเป็็นผู้้�บริิสุุทธิ์์� (Presumption
of Innocence) ตามที่่�ได้้รัับการรัับรองไว้้ในรััฐธรรมนููญ
มาตรา 29 วรรคสอง และกติิกา ICCPR ข้้อ 14 วรรคสอง
การแยกคุุมขัังผู้้�ต้้องขัังระหว่่างพิิจารณาคดีีกัับผู้้�ต้้องขััง
เด็็ดขาด และข้้อ 10 ที่่�กำำ�หนดให้้ผู้้�ต้้องหาต้้องได้้รัับ
การจำำ�แนกออกจากผู้้�ต้้องโทษ และต้้องได้้รับั การปฏิิบัติั ิ
ที่่� แ ตกต่่ า งออกไปให้้ เ หมาะสมกัั บส ถานะที่่� ไ ม่่ ใ ช่่
ผู้้�ต้้องโทษ17 นอกจากนี้้� ตร. ซึ่่ง� เป็็นหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้อง
02
การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง
2
ในการจัั ด การทะเบีี ย นประวัั ติิ อ าชญากรได้้ ต อบรัั บ
ข้้ อ เสนอแนะของ กสม. ในการคัั ด แยก จัั ด เก็็ บ
และการเปิิดเผยประวััติิบุุคคล โดยมีีการปรัับปรุุงข้้อมููล
ให้้เป็็นปััจจุุบััน และประชาชนสามารถตรวจสอบข้้อมููล
ผ่่ า นเว็็ บ ไซต์์ https://www.crd-check.com/bg/
landing เพื่่� อ นำำ� ไปใช้้ ใ นการสมัั ค รงานในประเทศ
หรืือเดิินทางไปต่่างประเทศ18
สำำ� หรัั บ กรณีี เ รื่่� อ งร้้ อ งเรีี ย นจากผู้้�ต้้ อ งขัั ง กรณีี
ที่่�ถููกอายััดตััวไว้้ดำำ�เนิินคดีีอาญาอื่่�น กสม. ได้้ประสาน
การคุ้้�มครองสิิ ท ธิิ มนุุ ษ ยชนไปยัั ง พนัั ก งานสอบสวน
เพื่่�อให้้เร่่งรััดดำำ�เนิินคดีี ซึ่่�งพนัักงานสอบสวนได้้สรุุป
สำำ�น วนพร้้ อ มความเห็็ น เสนอต่่ อ พนัั ก งานอัั ย การ
เพื่่�อพิิจารณา พร้้อมทั้้�งถอนอายััดตััวผู้้�ต้้องขัังในกรณีี
ที่่�คดีีถึงึ ที่่�สุดุ หรืือหมดความจำำ�เป็็นที่่จ� ะนำำ�ตัวั ไปดำำ�เนิินคดีี
และผลการดำำ� เนิิ น การตามข้้ อ เสนอแนะของ กสม.
แม้้ว่่า ตร. ได้้แต่่งตั้้�งคณะทำำ�งานเพื่่�อเร่่งรััดและติิดตาม
ความคืืบหน้้าคดีีที่่�มีีการอายััดตััว พร้้อมทั้้�งรวบรวม
สภาพปััญหาในการดำำ�เนิินคดีีกัับผู้้�ต้้องหาที่่�ถููกอายััด
เพื่่�อพิิจารณากำำ�หนดแนวทางปฏิิบััติิที่่�ชััดเจนและเป็็นไป
ในแนวทางเดีียวกััน19 แต่่มีีบางกรณีีที่่�ผู้้�ต้้องขัังที่่�อยู่่�
ในเรืือนจำำ�ไม่่ได้้รัับแจ้้งว่่ามีีการอายััดตััวและไม่่ได้้รัับ
การสอบสวนเพื่่�อนำำ�ตัวั เข้้าสู่่ก� ารพิิจารณาของศาลโดยเร็็ว
กสม. ได้้เสนอแนะต่่อ ตร. และกรมราชทััณฑ์์ให้้จััดทำำ�
แนวปฏิิบัติั แิ ละบููรณาการข้้อมููลร่่วมกัันเพื่่�อมิิให้้ผู้้�ต้อ้ งขััง
เสีียสิิทธิิประโยชน์์ในการนัับวัันต้้องโทษและการได้้รัับ
อภััยโทษหรืือลดโทษ20
16จาก
รััฐมนตรีีว่่าการกระทรวงยุุติิธรรม หารืือ “กสม.” ผลัักดัันสิิทธิิในกระบวนการยุุติิธรรม พร้้อมขัับเคลื่่�อนแนวทางความร่่วมมืือ
ด้้านสิิทธิิมนุษุ ยชน, โดย สำำ�นัักเลขาธิิการนายกรััฐมนตรีี, 27 กัันยายน 2566. สืืบค้นจ
้ าก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/72688
17จาก กสม. ชี้้�แจงกรณีีระเบีียบกรมราชทััณฑ์์ ย้ำำ��สิิทธิิผู้้�ต้้องหาและผู้้�ต้้องขัังระหว่่างพิิจารณาคดีี ตามหลัักสัันนิิษฐานไว้้ก่่อนว่่าเป็็นผู้้�บริิสุุทธิ์์�
และหลัักไม่่เลืือกปฏิิบััติิ, โดย สำำ�นัักงานคณะกรรมการสิิทธิิมนุุษยชนแห่่งชาติิ, 15 ธัันวาคม 2566. สืืบค้้นจาก https://nhrc.or.th/NHRCT-Work/
Statements-Press-Releases-Open-Letters/Press-Releases/23690.aspx
18การคััดแยกข้้อมููลออกจากทะเบีียนประวััติิอาชญากรเป็็นไปตามหลัักเกณฑ์์ระเบีียบสำำ�นัักงานตำำ�รวจแห่่งชาติิ ว่่าด้้วยประมวลระเบีียบ
การตำำ�รวจไม่่เกี่่�ยวกัับคดีี ลัักษณะที่่� 32 การพิิมพ์์ลายนิ้้�วมืือ พ.ศ. 2566 แบ่่งการจััดเก็็บประวััติิบุุคคลเป็็น 3 ประเภท ได้้แก่่ 1) ทะเบีียนประวััติิ
ผู้้�ต้้องหา 2) ทะเบีียนประวััติิอาชญากร และ 3) ทะเบีียนประวััติิผู้้�กระทำำ�ความผิิดที่่�มิิใช่่อาชญากร โดยปััจจุุบัันดำำ�เนิินการแล้้วเสร็็จกว่่า 9,300,000 ราย
(ร้้อยละ 71.26) จากทั้้�งหมด 13,051,234 ราย คงเหลืือบุุคคลที่่�มีีชื่่�ออยู่่�ในทะเบีียนประวััติิอาชญากร 3,729,173 ราย.
จาก ตร. ลบประวััติิ-ล้้างความผิิด 9.3 ล้้านคน เปิิดให้้ตรวจสอบคุุณสมบััติิผ่่านเว็็บด้้วย, โดย ข่่าวสดออนไลน์์, 16 พฤศจิิกายน 2566.
สืืบค้้นจาก https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_7966040
19จาก คำำ�สั่่�งสำำ�นัักงานตำำ�รวจแห่่งชาติิ ที่่� 322/2566 เรื่่�อง แต่่งตั้้�งคณะทำำ�งานตรวจสอบและเร่่งรััดการดำำ�เนิินคดีีกัับผู้้�ต้้องหาที่่�ถููกอายััด
โดยพนัักงานสอบสวน ลงวัันที่่� 19 พฤษภาคม 2566.
20จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิิดสิท
ิ ธิิมนุษุ ยชน ที่่� 5/2566 เรื่่อ� ง สิิทธิิในกระบวนการยุุติธิ รรม กรณีีกล่่าวอ้้างว่่า พนัักงานสอบสวน
ดำำ�เนิินคดีีอายััดล่่าช้้าและเรืือนจำำ�ไม่่แจ้้งการอายััดให้้ผู้้�ต้้องขัังทราบ.
37