เรื่อง
ข้อเสนอแนะ
กรณีกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าทีต่ รวจค้นบ้านพักและน�ำตัวไปควบคุมเพือ่ ซักถามข้อเท็จจริง
โดยมิชอบ รวมทั้งมีการข่มขู่และท�ำร้ายร่างกายในระหว่างการซักถาม (รายงานฯ ที่
๒๒๐/๒๕๖๑) ผูร้ อ้ งทัง้ สีไ่ ด้รอ้ งเรียนต่อ กสม. กล่าวอ้างว่า เมือ่ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙
เวลากลางคืนต่อเนือ่ งถึงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ขณะทีผ่ รู้ อ้ งทัง้ สี่ บิดาเลีย้ งและมารดา
น้องชาย และน้องสาว และญาติของผูร้ อ้ งที่ ๑ รวม ๑๐ คน ก�ำลังพักผ่อนอยูภ่ ายในบ้านพัก
ผู้ถูกร้องที่ ๒ แต่งกายนอกเครื่องแบบไม่ทราบจ�ำนวน และผู้ถูกร้องที่ ๓ ประมาณ ๕ นาย
เข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลภายในบ้าน โดยกล่าวหาว่าบิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้อง
ที่ ๑ ร่วมกันฆ่าและอ�ำพรางศพนาย ค ผู้ถูกร้องที่ ๒ และที่ ๓ ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งสอง
พร้อมด้วยบุคคลภายในบ้านอีกจ�ำนวน ๕ คน ไปยังกองบังคับการต�ำรวจนครบาล ๓ ซึง่ เป็น
ที่ท�ำการของผู้ถูกร้องที่ ๑ นอกจากนี้ ผู้ถูกร้องที่ ๒ และที่ ๓ ยังได้ยึดโทรศัพท์มือถือ
และเอกสารส�ำคัญหลายอย่างของกลุ่มผู้ร้องและบุคคลภายในบ้านไว้ด้วย เมื่อไปถึง
กองบังคับการต�ำรวจนครบาล ๓ ผู้ถูกร้องที่ ๒ ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งเจ็ดไว้ในห้องทึบ
และในคืนดังกล่าวผู้ถูกร้องที่ ๒ ก็ได้เรียกแต่ละคนมาท�ำการสอบสวนผลัดเปลี่ยนกันไป
ในระหว่างการสอบสวน ผู้ถูกร้องที่ ๒ ข่มขู่และท�ำร้ายร่างกายผู้ถูกสอบสวนเพื่อกล่าวหา
บิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้องที่ ๑ ว่าร่วมกันฆ่าและอ�ำพรางศพนาย ค ต่อมาในช่วงเช้า
ของวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ผู้ร้องที่ ๑ และญาติได้ขอเข้าเยี่ยมบุคคลที่ถูกควบคุมตัว
ทัง้ หมด แต่ผถู้ กู ร้องที่ ๑ และที่ ๒ อนุญาตให้เข้าเยีย่ มได้เฉพาะมารดาของผูร้ อ้ งที่ ๑ จากการ
สอบถามมารดา แจ้งว่า ผู้ถูกร้องที่ ๒ ท�ำร้ายร่างกายบิดาเลี้ยงของผู้ร้องที่ ๑ และบุคคลอื่น
ในระหว่างการสอบสวนเพือ่ ข่มขูใ่ ห้ยอมรับสารภาพ หลังจากนัน้ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ผู้ร้องที่ ๑ พร้อมญาติได้เข้าเยี่ยมบุคคลทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒
อนุญาตให้พบทั้งบิดาเลี้ยงและมารดาของผู้ร้องที่ ๑ โดยมารดายังคงยืนยันว่าบิดาเลี้ยง
ของผู้ร้องที่ ๑ ถูกท�ำร้ายร่างกาย ผู้ร้องที่ ๑ สังเกตเห็นบิดาเลี้ยงมีอาการซึมเศร้าและบวม
ที่บร��เวณใบหน้า ในวันดังกล่าวผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒ ได้ย้ายบิดาเลี้ยงและมารดาของ
ผู้ร้องที่ ๑ ไปควบคุมตัวที่สถานีต�ำรวจนครบาลมีนบุรี จากนั้นบิดาและมารดาของ
ผู้ร้องที่ ๒ ได้เดินทางมาเยี่ยมและเจรจากับผู้ถูกร้องที่ ๒ เพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ร้องที่ ๒
ที่ ๓ และที่ ๔ เนือ่ งจากผูร้ อ้ งทัง้ สามเป็นเยาวชน และเห็นว่าการควบคุมดังกล่าวเป็นการกระท�ำ
ทีม่ ชิ อบด้วยกฎหมาย ทัง้ ยังไม่มกี ารออกหมายจับโดยศาล ผูถ้ กู ร้องที่ ๒ จึงยินยอมปล่อยตัว
ผูร้ อ้ งที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ พร้อมด้วยนายหนึง่ รวม ๔ คน ผูร้ อ้ งทัง้ สีเ่ ห็นว่าผูถ้ กู ร้องทัง้ สามกระท�ำ
การโดยมิชอบ จึงขอให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ กสม. พิจารณาแล้วมีมติว่าการกระท�ำของผู้ถูกร้อง
ทั้งสามเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสม
ในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีข้อเสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนแก่หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ (๑) และ (๓) และพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖
(๑) และ (๓) ประกอบมาตรา ๓๖ และมาตรา ๔๒
ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ กองบังคับการต�ำรวจนครบาล ๓ สถานีตำ� รวจนครบาลมีนบุรี /
กองทัพบก และกองทัพภาคที่ ๑ ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของผูถ้ กู ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓
บทที่
๒
ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
4.
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
89