๓) สถานการณ์ ด ้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของกลุ ่ ม ชาติพนั ธุต์ า่ ง ๆ ในประเทศไทย เช่น กลุม่ ชาติพนั ธุก์ ะเหรีย่ ง และชุมชนท้องถิน่ ดัง้ เดิมบนพืน้ ทีส่ งู ของประเทศโดยเฉพาะ ทางภาคเหนือและภาคกลาง ที่ได้รับผลกระทบต่อวิถีชีวิต ดั้งเดิมอันเป็นผลจากการประกาศเขตป่าสงวนและเขต อุทยานทับซ้อนที่อยู่อาศัยและที่ท�ำกิน กลุ่มชนเผ่ามานิ ในจังหวัดตรัง พัทลุง และสตูลที่ประสบปัญหาการใช้ชีวิต และความเป็นอยู่หลายด้าน เช่น แหล่งอาหารไม่เพียงพอ ต่อการยังชีพและการไม่มีสถานะทางทะเบียนจึงท�ำให้ ไม่ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ ๔) สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนไทยเชื้อสายมลายู เช่น การถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งข้อสงสัย ว่าให้การสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ ปัญหาการถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ปัญหาการไร้สัญชาติในพื้นที่ดังกล่าวอันเนื่องมาจากการตกส�ำรวจของทางราชการ การไม่แจ้งเกิด การถูกทอดทิ้ง และการขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการรับรองสถานะทางทะเบียน ๕) สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาเด็กที่เป็นบุตร ของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพือ่ นบ้านทีเ่ ข้ามาท�ำงานในประเทศไทยโดยไม่ถกู กฎหมายทีอ่ าจมีความเสีย่ งจะ กลายเป็นเด็กไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ ๖) สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของกลุ่มผู้อพยพ/ผู้แสวงหาที่พักพิง เช่น ผลกระทบจากการอพยพ โยกย้ายถิ่นฐานของชาวโรฮีนจาจากเมียนมาและบังกลาเทศที่เข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ปัญหา ความแออัดของชาวโรฮีนจาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องกักของส�ำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และปัญหาเด็ก ผู้อพยพที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเนื่องจากเดินทางมากับบิดามารดา ๗) ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ กสม. มีต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น เช่น การพิจารณาส�ำรวจจ�ำนวน ผูส้ งู อายุไร้สญ ั ชาติและคนไร้สญ ั ชาติทไี่ ม่ได้เกิดในราชอาณาจักรแต่มคี วามกลมกลืนกับสังคมไทย การเร่งตรวจสอบ สาเหตุของการจ�ำหน่า���ชือ่ บุคคลออกจากทะเบียนราษฎร การท�ำความเข้าใจกับคนไทยพลัดถิน่ เกีย่ วกับกระบวนการ ยื่นค�ำขอคืนสัญชาติตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ การแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยาน บทที่ ๒ ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ การขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination-CERD) ประกอบด้วยสาระส�ำคัญ ดังนี้ ๑) พัฒนาการเชิงบวกที่ส�ำคัญของไทยเกี่ยวกับมาตรการทั่วไปในการปฏิบัติตามอนุสัญญา CERD เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๗๐ ที่บัญญัติถึงความเสมอกัน ของบุคคล และการส่งเสริมรวมถึงให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ที่ได้ก�ำหนดแผนของกลุ่มผู้ไร้รัฐ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มผู้แสวงหาที่พักพิงหรือผู้หนีภัย การสู้รบไว้เป็นการเฉพาะ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่ได้อนุมัติแนวทางและมาตรการแก้ไข ปัญหาสถานะบุคคลและคนไร้รฐั ในประเทศไทย และการถอนข้อสงวนข้อ ๔ ของอนุสญ ั ญา CERD เรือ่ งการประณาม การโฆษณาชวนเชื่อ การเผยแพร่ความคิดและการกระท�ำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อเกี่ยวกับความเหนือกว่า ทางเชื้อชาติ ๒) สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุไร้สัญชาติและ กลุ่มคนไร้สัญชาติที่ไม่ได้เกิดในราชอาณาจักรแต่มีความกลมกลืนกับสังคมไทย ปัญหาการถูกจ�ำหน่ายรายชื่อและ รายการบุคคลทางทะเบียนราษฎรของชาวบ้านในอ�ำเภอแม่แตงและอ�ำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำ�ปีง���ประมาณ ๒๕๖๑ 83

Select target paragraph3