11.
เรื่อง
กรณีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ต�ำรวจชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ความเป็นมา : ผูร้ อ้ งกล่าวอ้างว่าบุตรชายของผูร้ อ้ งถูกเจ้าหน้าทีต่ �ำรวจสถานีต�ำรวจภูธร ก.
(ผูถ้ กู ร้อง) จับกุมเมือ่ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ในข้อหามียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ใน
ความครอบครองเพือ่ จ�ำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ระหว่างการจับกุมได้เกิดอุบตั เิ หตุเป็นเหตุให้
บุตรชายของผูร้ อ้ งได้รบั บาดเจ็บ โดยในขัน้ ตอนการจับกุมและการด�ำเนินคดีของเจ้าหน้าที่
ต�ำรวจ พบว่า มีการด�ำเนินการทีไ่ ม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ ผูถ้ กู ร้องไม่สง่ ตัวบุตรของผูร้ อ้ งที่
ได้รบั บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าทีต่ �ำรวจส่งรายงานผลการจับกุมและการด�ำเนินคดี
ไปยังส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดล่าช้า ประกอบกับผู้ร้อง
มี ข ้ อ สงสั ย ในขั้ น ตอนการจั บ กุ ม เหตุ ใ ดผู ้ ถู ก ร้ อ งไม่ จั บ กุ ม บุ ต รชายของผู ้ ร ้ อ งทั น ที
กลับปล่อยเวลาให้ลว่ งเลยกว่า ๒ เดือน และลายมือชือ่ ทีป่ รากฏในพยานหลักฐานอาจไม่ใช่
ลายมือชื่อของบุตรชายของผู้ร้อง
มาตรการ/
แนวทางการแก้ไข
ให้ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ก�ำชับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจชุดจับกุมและพนักงานสอบสวน
ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยค�ำนึงถึงสิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาตามที่ประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญาบัญญัติไว้ โดยเฉพาะการส่งตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไปรับการรักษา
พยาบาลทันทีเมื่อพบว่าผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ
การดำ�เนินการของ
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือไปยังผู้บัญชาการต�ำรวจภูธรภาค ๑ ให้ก�ำชับ
เจ้าหน้าที่ต�ำรวจชุดจับกุมและพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติหน้าที่โดยค�ำนึงถึงสิทธิของ
ผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะการส่งตัวผู้ถูกจับหรือ
ผู้ต้องหาไปรับการรักษาพยาบาลทันทีเมื่อได้รับบาดเจ็บ
บทที่
๒
ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
จ�ำนวน ๔,๗๓๓ ครั้ง ทั้งนี้ การสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพในแต่ละคดีศาลไม่สามารถ
สั่งให้ด�ำเนินการเองได้ จ�ำเป็นต้องมีการร้องขอจากคู่ความในคดีและได้รับความยินยอม
จากคู่ความคดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา
๑๐๓/๑ และข้อก�ำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยแนวทางการน�ำสืบพยานหลักฐาน
และการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. ๒๕๕๖
หมวด ๓ การสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบประชุมทางจอภาพ ส่วนกรณี
การปล่อยตัวชั่วคราว ได้มีการจัดท�ำโครงการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและการ
ก�ำกับดูแลในชั้นปล่อยตัวชั่วคราว และโครงการเช่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ส�ำหรับ
ตรวจสอบหรือจ�ำกัดการเดินทางของบุคคลไปใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราว และโครงการ
จัดหาระบบบันทึกค�ำพยานด้วยภาพและเสียงในห้องพิจารณาคดี โดยเริม่ ด�ำเนินการติดตัง้
ในห้องพิจารณาคดีภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ จ�ำนวน ๑๓๘ ศาล ๒๖๘ ห้อง และจะ
ประเมินผลเพื่อขยายโครงการให้ครบทุกศาลทั่วประเทศ ส�ำหรับประเด็นการเชื่อมโยง
แลกเปลีย่ นข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุตธิ รรม อยูร่ ะหว่างการด�ำเนินโครงการ
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างศาลทุกจังหวัดและศาลแขวงทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะ
แล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๒
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
75