การดำ�เนินการ
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
10.
เรื่อง
คณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรี มีมติเมือ่ วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๑ รับทราบสรุปผลการพิจารณาด�ำเนินการ
ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้น�ำเสนอ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เป็นหน่วยงานหลักในการจัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณา
ด�ำเนินการตามข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
ของ กสม. มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของ กสม. ทั้ง ๑๒ ประเด็น ซึ่งครอบคลุมการจัดท�ำ
นโยบายว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน การน�ำนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยค�ำนึงถึงปัญหา
อุปสรรคและข้อท้าทายการก�ำหนดให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้น�ำในการส่งเสริมการท�ำธุรกิจ
ที่เคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาช่องว่างทางกฎหมายและ
กระบวนการปกครองทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรม การมีกลไกเยียวยา
และร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรมของรัฐที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์
ได้เสนอให้สง่ รายงานสรุปผลการพิจารณาข้างต้นให้กระทรวงยุตธิ รรมเพือ่ น�ำไปประกอบการ
จัดท�ำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศต่อไป
กรณีการก�ำหนดเขตพื้นที่ในการท�ำกิน การอยู่อาศัย และการด�ำเนินวิถีชีวิตของกลุ่ม
ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยาน
แห่งชาติ (ข้อเสนอแนะฯ ที่ ๓/๒๕๖๑) กสม. ได้รบั เรือ่ งร้องเรียนจ�ำนวนมาก กรณีกล่าวอ้างว่า
กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมซึ่งอยู่อาศัยบนพื้นที่สูงของประเทศไทย
ในหลายพื้นที่มาก่อน ได้รับผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และ
ประสบปัญหาขาดแคลนพื้นที่ท�ำกิน สืบเนื่องจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติและ
เขตอุทยานแห่งชาติทบั ซ้อนกับทีอ่ ยูอ่ าศัยและทีท่ ำ� กินของชุมชน จนน�ำไปสูก่ ารจับกุม ไล่รอื้
ท�ำลายทรัพย์สิน และด�ำเนินคดีในชั้นศาล โดยเจ้าหน้าที่ด�ำเนินการไม่สอดคล้องกับมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่อง แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟู
วิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นนโยบายในการประกันสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมดังกล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าทีไ่ ม่มกี ารด�ำเนินการเพือ่ พิสจู น์สทิ ธิการครอบครองทีด่ นิ ก่อน ทัง้ นี้ กสม.
บทที่
๒
ผลการด�ำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
(๙) ควรระบุหลักการส�ำคัญที่จะประกันว่าการลงนามในสนธิสัญญาด้านการค้าระหว่าง
ประเทศของไทยจะไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชน
(๑๐) ควรระบุแผนงานและรายละเอียดในการเพิ่มศักยภาพ ความรู้ การแก้ไขปัญหา
ความไม่เท่าเทียมกัน รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ
แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง
(๑๑) ควรระบุถึงแผนการ มาตรการ แนวทาง และวิธีการการแก้ไขปัญหาช่องว่าง
ทางกฎหมายและกระบวนการทางปกครองที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการ
ยุติธรรม
(๑๒) ควรระบุถึงกลไกการเยียวยานอกกระบวนการยุติธรรมของรัฐ และกฎหมายว่าด้วย
การเยียวยานอกกระบวนการยุติธรรม ก���ไกการร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรม
ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
97