4.4 แนวทางปฏิบัติงานด้านสืบหาข้อเท็จจริงและข้อสรุป (investigation)
การสืบสวนข้อกล่าวหาและสถานการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการท�ำงานพื้นฐานของสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งในการพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าว
การตรวจสอบเป็นกระบวนการที่เป็นกลาง สถาบันฯ จะต้องไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ถูกร้องเรียน
โดยเน้นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการค้นหาวิธีการเข้าถึงการตัดสินเกี่ยวกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และการค้นหาข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ
การตรวจสอบโดยทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยข้อกล่าวหาที่เกิดการกระท�ำหรือละเลยการท�ำเหตุเฉพาะ หรือข้อกล่าวหาที่
มีระดับความเสี่ยงสูง วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบใด ๆ ก็ตามจะต้องตอบค�ำถามดังนี้
มี ก ารละเมิ ด กฎหมายสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนที่ อ ยู ่ ภ ายใต้ อ� ำ นาจของสถาบั น ฯ หรื อ พั น ธกรณี ร ะหว่ า งประเทศ
ที่ได้ตกลงไว้หรือไม่
มีบุคคลหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการละเมิดนั้น ๆ หรือไม่
การตรวจสอบท�ำได้โดยการรวบรวมหลักฐานทางกายภาพ ค�ำให้การ และหลักฐานทางเอกสาร โดยการ
วิจัยและการประเมินหลักฐาน หลักการปารีสต้องการให้สถาบันควรมีการเข้าถึงเอกสารและบุคคลทั้งหมด
ที่จ�ำเป็นส�ำหรับการตรวจสอบ โดยอ�ำนาจเหล่านี้ควรมีการก�ำหนดไว้อย่างชัดเจนและยึดตามหลักกฎหมาย
ซึ่งอ�ำนาจดังกล่าวประกอบไปด้วย
1
2
3
4
อ�ำนาจในการให้
บุคคลและหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องวัตถุ เอกสาร
และพยานหลักฐานอื่น
ที่เกี่ยวข้องมาประกอบ
การพิจารณา
อ�ำนาจในการตรวจสอบ
พฤติการณ์เท่าที่จ�ำเป็น
รวมถึงอ�ำนาจในการ
เข้าเยี่ยมสถานที่คุมขัง
เป็นต้น
อ�ำนาจในการเรียกคู่กรณี
มาให้ข้อเท็จจริง
อ�ำนาจในการรับฟังและตั้งค�ำถาม
กับแต่ละบุคคล (รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ
และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและ
เอกชน) ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับ
ปัญหาที่ก�ำลังการสอบสวน หรือ
อยู่ในต�ำแหน่งอื่นที่สามารถ
ช่วยเหลือการสอบสวนได้
73
มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ