สถาบันฯ ส่วนใหญ่มักจะอนุญาตให้ยื่นข้อร้องเรียนในรูปแบบลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะสามารถ ยอมรับข้อร้องเรียนได้โดยปากเปล่าเช่นกัน ทั้งนี้ การรับข้อร้องเรียนไม่ควรต้องเสียค่าใช้จ่าย ผู้ร้องเรียนไม่ควรที่ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม อย่างไรก็ตาม กฎหมายสิทธิมนุษยชนบางข้อที่อนุญาตให้เรียก ค่าเสียหายแก่ผรู้ อ้ งเรียนได้ หากพบว่าผูร้ อ้ งเรียนมีเจตนามุง่ ร้าย หรือยืน่ ข้อร้องเรียนเพือ่ ให้เกิดความเชือ่ ทีผ่ ดิ อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ควรใช้เฉพาะเมื่อมีการสอบสวนแล้วพบว่าเป็นกรณีดังกล่าวอย่างชัดเจน แบบฟอร์มการร้องเรียนอย่างเป็นทางการมักจะใช้เพื่อรวบรวมและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหา แบบฟอร์มควรให้กรอกข้อมูลที่จ�ำเป็นทั้งหมด เพื่อใช้ตัดสินใจในการพิจารณาเบื้องต้นว่าจะสามารถ รับข้อร้องเรียนได้หรือไม่ และเพื่อใช้ในการสอบสวนต่อไป หากรับข้อร้องเรียนนั้นเข้าสู่การพิจารณา โดยปกติข้อมูลจะประกอบไปด้วย 1 ชื่อและรายละเอียดวิธีการติดต่อผู้ร้องเรียนและผู้ที่ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน (หากเป็นคนละคนกัน) 2 ชื่อและรายละเอียด วิธีการติดต่อของผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน (หากรู้จัก) 3 บทสรุปข้อกล่าวหาหรือสถานการณ์ รวมทั้งข้อมูลว่า เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เกิดขึ้นเมื่อใด กับใคร ใครเป็นผู้กระท�ำ เหตุการณ์เป็นอย่างไร 4 เป็นเรื่องที่เคยได้รับการพิจารณาหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากองค์กร ที่มีอ�ำนาจอื่น ๆ หรือภายใต้การตรวจสอบโดยหน่วยงานอื่น ๆ มาแล้วหรือไม่ การร้ อ งเรี ย นอาจจะยื่ น ด้ ว ยตนเอง หรื อ ทางโทรศั พ ท์ หรื อ ทางไปรษณี ย ์ หรื อ ทางอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ก็ ไ ด้ ในกรณีหลัง เจ้าหน้าที่ควรจะให้ความช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มการร้องเรียนให้สมบูรณ์ การมีจุดรับเรื่องร้องเรียนทั่วประเทศ ผ่านองค์กรตัวแทน หรือรูปแบบต่าง ๆ อาจเป็นวิธีการที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ ห่างไกล แต่หากเป็นไปได้ การยื่นเรื่องร้องเรียนโดยตรงกับสถาบันฯ จะดีกว่า เพราะหากยื่นผ่านหน่วยงานรัฐอื่น ๆ อาจ ท�ำให้เกิดความล่าช้าของกระบวนการและจะไม่เป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ร้องเรียน 71 มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Select target paragraph3