ค
โครงสร้างและระบบบริหารงานบุคคล
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรได้รับอ�ำนาจทางกฎหมายที่จะก�ำหนดโครงสร้างองค์กร การก�ำหนดทักษะ/
สมรรถนะที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุข้อบัญญัติของสถาบัน ฯ การก�ำหนดกฎเกณฑ์อื่น ๆ ที่เหมาะสม
(เช่น เรื่องความหลากหลาย การตรวจสอบประวัติอย่างอิสระ และการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม) ทั้งนี้ ควรคัดเลือก
เจ้าหน้าทีต่ ามกระบวนการทีต่ งั้ อยูบ่ นระบบคุณธรรม (merit system) อย่างโปร่งใส เพือ่ สร้างความมัน่ ใจว่าเจ้าหน้าที่
มีความสามารถที่จะด�ำเนินการให้บรรลุตามข้อบัญญัติของสถาบัน ฯ นอกจากนั้น กระบวนการดังกล่าวยังส่งเสริม
ความเป็นอิสระ ประสิทธิภาพ และความเชื่อมั่นของสาธารณะต่อสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ประสบความส�ำเร็จต้องมีกระบวนการบริหารจัดการภายในอย่างน้อย ดังนี้
1. อัตราก�ำลังที่เหมาะสม โดย
1.1 ต�ำแหน่งในระดับบริหารหรือระดับอาวุโส (senior level posts) ไม่ควรจ้างในต�ำแหน่งชั่วคราว
1.2 กลุ่มเจ้าหน้าที่ชั่วคราวไม่ควรมีเกิน 25% เว้นแต่ในกรณีทีมีเหตุการณ์เฉพาะหรือเหตุการณ์ที่มี
ความต่อเนื่อง
2. กระบวนการในการท�ำงาน อย่างน้อยจ�ำเป็นต้องมีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครบถ้วน อันได้แก่
หน้าที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน หน้าที่รับผิดชอบของต�ำแหน่งงาน คุณสมบัติ
ที่ต้องการของแต่ละต�ำแหน่งงาน แนวทางในการคัดเลือกและสรรหา
แนวทางการฝึกอบรม และแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน
3. มีการติดตามและประเมินผลที่ชัดเจนตามมาตรฐานที่ก�ำหนดไว้
2.2 อ�ำนาจ
ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่สอดคล้องกับหลักการปารีส
หลักการปารีสได้ก�ำหนดมาตรฐานบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างน้อย 5 งานส�ำคัญ
ที่จ�ำเป็นต้องจัดความส�ำคัญในการด�ำเนินการดังนี้
บทบาทของสถาบัน
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
��ารให้ค�ำปรึกษา
ด้านสิทธิมนุษยชน
(Advisory Function)
การคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
(Protecting Function)
และการท�ำงานกึ่งตุลาการ
(Quasi-Judicial Function)
การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
(Promotional Function)
การเฝ้าระวัง
สถานการณ์สิทธิมนุษยชน
(Monitoring Function)
การท�ำงานร่วมกับ
ผู้มีส่วนได้เสียและองค์กร
อื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
(Relationship with
Stakeholders and Other Bodies)
43
มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ