ในระดับประกาศณียบัตรวิชาชีพ และวิชาชีพชั้นสูงและได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคน อาชีวศึกษาในพื้นที่ เพื่อรองรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในส่วนของแรงงานต่างด้าว พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มาตรา 48 (2) ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริ มเศรษฐกิจพิเศษในการนําคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ใน ราชอาณาจักรได้ ตามจํานวนและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ แม้ว่าจะเกินกําหนดจํานวนหรือ ระยะเวลาให้อยู่ได้ในราชอาณาจัก รตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยจะต้องเป็ นคนต่างด้ าวที่ เป็นผู้มี ความรู้ความเชี่ยวชาญด้า นใด ๆ ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด เป็นผู้บริหารหรือผู้ชํานาญการ รวมถึงคู่ สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้มาตรา 55 ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 54 มีสิทธิทํางานตําแหน่งหน้าที่ การทํางานที่ คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการ ทํางานของคนต่ างด้ าว แต่ต้องได้รับ อนุญ าตเป็นหนั งสือจากเลขาธิการ ทั้งนี้ ให้ถือว่ าหนังสืออนุญ าตของ เลขาธิการมีสถานะเป็นใบอนุญาตทํางานของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของ คนต่างด้าว ทั้งนี้คำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ 234/2561 เรื่อง การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการอนุญาต ให้คนต่างด้าวบางจำพวก เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง นัก ลงทุน ผู้บริหารระดับสูง และผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น เพื่อรองรับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิ จในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยการจัดให้มีการทำ SMART VISA เพื่อให้คนต่างด้าวผู้มีความ เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของบุคคล ให้สามารถเข้ารับการตรวจลงตรา การ ประทับตราวันที่อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร การอยู่ต่อในราชอาณาจักร และการรายงานของคนต่างด้าวที่ ได้รับสิทธิ์อนุญาตเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ได้สะดวกมากขึ้น • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 คดี แรงงานมี ลั ก ษณะพิ เศษแตกต่างไปจากคดี แพ่ ง และคดี อ าญาโดยทั่ ว ไป เพราะเป็ น ข้ อขั ด แย้ ง ระหว่างนาย���้างกับ ลูกจ้ างตามสั ญ ญาจ้ างแรงงานหรือเกี่ยวกับสิ ทธิของนายจ้างและลู กจ้าง ซึ่งข้อขัดแย้ง ดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาโดยผู้ พิพากษาซึ่งเป็นผู้ มีความรู้และความเข้าใจในปั ญ หาแรงงานร่ วมกับผู้ พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ ายลูกจ้าง ซึ่งการดำเนินคดีควรเป็นไปโดยสะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอ ภาคและเป็นธรรม จึงมีความจำเป็น ต้องยกเว้นขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ ที่บัญญั ติในประมวลกฎหมายวิ ธี พิจ ารณาความแพ่ งหลายกรณีด้วยกัน เพื่อให้ เกิดการคล่ องตัวยิ่งขึ้น ศาลแรงงานจึงเป็ นศาลชำนัญพิเศษที่ พิจารณาพากษาคดีแรงงานโดยมีวิธีพิจารณาที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่เดิมการอุทธรณ์คดีแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เป็นการอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน ซึ่งเป็นการอุทธรณ์แบบกระโดดข้ามศาล (Leapfrog 49

Select target paragraph3