นอกจากนี้ ประเทศไทยได้ ให้ สั ต ยาบั น ต่ อ พิ ธีส ารว่ าด้ ว ยการเกณฑ์ แ รงงานหรือ แรงงานบั งคั บ
(Protocol of 2014 to the Forced Labor Convention, 1930 หรือ P029) ที่พัฒ นาเพื่ออุดช่องว่างของ
อนุสัญญาว่าด้วยการเกณฑ์แรงงานหรือแรงงานบังคับ โดยเฉพาะในประเด็นมาตรการการป้องกัน คุ้มครอง
ช่วยเหลือ เยียวยา รวมทั้งการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. อนุ สัญญาว่ าด้วยค่าตอบแทนที่เท่ าเที ยมกัน (Equal Remuneration Convention, 1951, No.
100 หรือ C100) เป็นอนุสัญญาที่มุ่งให้รัฐสมาชิกยึดหลักการค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับคนงานชายและ
หญิงซึ่งทำงานทีม่ ีค่าเท่ากัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติอันเนื่องจากความแตกต่างทางเพศ
3. อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกแรงงานบังคับ (Abolition of Forced Labor Convention, 1957,
No. 105 หรือ C105) เป็นอนุสัญญาที่มุ่งให้รัฐสมาชิกระงับและไม่ใช้การเกณฑ์แรงงานหรือแรงงานบังคับเพื่อ
ประโยชน์ทางการเมือง เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อลงโทษคนงานทางวินัย เพื่อลงโทษคนงานที่นัดหยุดงาน
หรือเนื่องจากเชื้อชาติ สังคม สัญชาติ ศาสนา ไม่ว่ารูปแบบใด ๆ โดยทันทีและสิ้นเชิง
4. อนุ สั ญ ญาว่าด้วยการเลื อกปฏิ บัติด้านการจ้างงานและอาชี พ (Discrimination (Employment
and Occupation) Convention, 1958, No. 111 หรื อ C111) เป็ น อนุ สั ญ ญาที่ มุ่ ง ให้ รั ฐ สมาชิ ก กำหนด
นโยบายเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคของโอกาสและการปฏิบัติที่ทัดเทียมในการจ้างงานและอาชีพ เพื่อขจัดการ
เลือกปฏิบัติใด ๆ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับองค์การผู้แทนนายจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในการยอมรับและการปฏิบัตติ ามนโยบายดังกล่าว
5. อนุสัญญาว่าด้วยอายุแรงงานขั้นต่ำ (Minimum Age Convention, 1973, No. 138 หรือ C138)
เป็นอนุสัญญาที่มุ่งให้รัฐสมาชิกยกเลิกการใช้แรงงานเด็กและเพิ่มอายุขั้นต่ำในการจ้างงานให้สูงขึ้น โดยกำหนด
อายุขั้นต่ำที่อนุญาตให้เด็กทำงานว่าต้องไม่ต่ำกว่าอายุที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับและต้องไม่ต่ำกว่า 15 ปี
6. อนุสัญ ญาว่าด้วยรูป แบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก (Worst Forms of Child Labor
Convention, 1999, No. 182 หรือ C182) เป็นอนุสัญญาที่มุ่งให้รัฐสมาชิกดำเนินการห้ามและขจัดรูปแบบที่
เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็กโดยฉับพลันในฐานะเป็นเรื่องเร่งด่วน
อนึ่ง มีเพียงอนุสัญญาพื้นฐาน 2 ฉบับ ที่ประเทศไทยยังมิได้ลงนามให้สัตยาบัน ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 20
ปีที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยลงนามให้สัตยาบันในอนุสัญญาพื้นฐานทั้งสองฉบับดังกล่าว17 ได้แก่
- อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยเสรี ภ าพในการสมาคมและการคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ใ นการรวมตั ว (Freedom of
Association and Protection of the Right to Organise Convention, 1948, No. 87 หรือ C087) เป็ น
อนุสัญญาทีใ่ ห้สิทธิเท่าเทียมกันแก่นายจ้างและลูกจ้างในการรวมตัวกันเป็นสมาคมได้อย่างเสรี โดยไม่ตอ้ งได้รับ
อนุญาตล่วงหน้าและปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยหน่วยงานรัฐต้องละเว้นการแทรกแซงหรือการขัดขวางการ
17
รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดู 21 ปี ข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล : การรับรองอนุสญ
ั ญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ฉบับที่ 87 และ 98, https://voicelabour.org/21-ปี-ข้อเรียกร้องวันกรรม/
36