ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เป็น ของสาธารณะอย่างที่มีมาแต่เดิมอีกด้วย เช่น เรียกร้องให้ อํานาจของชาวประมงพื้นบ้านเท่าเทียมกับนายทุน เนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ จากพื้นที่ดังกล่าวและถูกข่มขู่จากนายทุน จนมีการเรียกร้องให้ห น่วยงานภาครัฐช่วยเหลือและ ทางภาครัฐได้ประกาศให้พื้นที่สาธารณะ ประชาชนมีสิทธิที่จะใช้ ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงมีการรุกรานบริเวณพื้นที่เลี้ยงหอยแครงของนายทุน และนายทุนได้ฟูองคดี ต่อชาวบ้านใน พื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยข้อหาขโมยหอยแครงที่ตนเลี้ยง จนมีการต่อสู้คดีใน ชั้นศาลหลายครั้ง ในวันที่ 28 มีนาคม 2554 มีกลุ่มผู้ร้องได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ตามคําร้องที่ 151/2554 เพื่อขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ ข้อเสนอแนะ นโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย เนื่องจากกรณีปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างนายท��นผู้เลี้ยงหอยแครงกับกลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชี พ ของชาวบ้านรอบอ่าวปัตตานีมากว่า 20 ปี(กสม.7, 2555) นํามาสู่มติคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ 21/2555 วันที่ 24 ตุลาคม 2555 เห็นชอบข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายของอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่ได้มีข้อเสนอ 5 ประการ ตามเอกสารรายงานผลการตรวจสอบที่ 1052/2555 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ดังนี้ 1) คณะรัฐมนตรี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการ เข้ า ถึ ง หรือ การใช้ ป ระโยชน์ จ ากทรัพ ยากรธรรมชาติ โดยยึ ด หลั ก ความได้ สั ด ส่ ว นระหว่ า ง ประโยชน์สาธารณะกับประโยชน์ของบุคคลเพื่อความเป็นธรรมในสั งคม ตลอดจนการอนุรักษ์ การฟื้นฟูและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่ง ยืน ตามที่ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญในเรื่อง ความเสมอภาคและสิทธิชุมชน รวมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 66 และมาตรา 67 วรรคหนึ่ง 2) คณะรัฐมนตรี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ในการกํ ากั บ ควบคุม และตรวจสอบการใช้ ป ระโยชน์ จ ากทรัพ ยากรธรรมชาติ อย่ า งยั่ ง ยื น โดยคํานึงถึงความเป็นธรรมในโอกาสและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าว และ 52

Select target paragraph3