รู้สึกหมดหวังในการทาประมงจึงต้องออกไปทางานในประเทศมาเลเซียจึงทาให้ลูกหลานขาด
โอกาสทางการศึกษาและไปหายาเสพติด เป็นคนลักขโมย เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่ดูแลลูก ถ้าไม่ไป
ทางานประเทศมาเลเซียก็อดตาย”
ผลการเคลื่อนไหวในกรณีนคี้ ือเกิดความขัดแย้งในชุมชนระหว่างกลุ่มผู้มีอิท ธิพลในพื้นที่
ที่สนับสนุนการนําไอ้โง่มาใช้ โดยผู้มีอิทธิพลใช้กําลังข่มขู่แกนนําการเคลื่ อนไหว และเจ้าหน้าที่
ลาดตระเวนทําให้ปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้
4.5 กรณีการเคลื่อนไหวเรื่อง “การคัดค้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ”
โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ลงมาในพื้นที่ ทําให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน
ได้ รั บ ผลกระทบอย่ างมากในการทํา อาชี พ ประมงชายฝั่ ง พวกเขาจึง ไม่ เห็ น ด้ วยกั บ การทํ า
โครงการของภาครัฐที่ไม่ได้รับความเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย อย่างทั่วถึง แม้รัฐจะอ้างว่าได้ทํา
ประชาคมแต่ ยังมี ประชาชนอีกหลายภาคส่วนที่ ไม่ ได้มีส่ว นร่วมในการตัด สินใจ นอกจากนี้
โครงการที่ภาครัฐจัดทําขึ้นชาวบ้านยังมองว่า เป็นการเปิดช่องให้นายทุนเข้ามาแทรกแซงและ
ได้รับผลประโยชน์ แต่ไม่ตอบสนองกับความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง จึงยังคง
มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มประมงพื้นบ้านและกลุ่มอนุรักษ์ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการสร้าง
เขื่ อ นกั้ น ปากอ่ า ว เพื่ อ ทํ า ให้ น้ํ า ไม่ ตื้ น เขิ น และให้ เ รื อ พาณิ ช ย์ ส ามารถเข้ า ออกได้ ส ะดวก
ผลกระทบทําให้กระแสน้ําไหลผิดปกติ น้ําในอ่าวไม่อุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ําลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณชายฝั่ง ทําให้ต้องทําลายระบบนิเวศปุาชายเลน
ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์น้ํา��ามธรรมชาติ ตลอดจนมีการปล่อยน้ําเสียโรงงาน เป็นต้น นอกจากยังมี
การทํานากุ้งรอบบริเวณอ่าว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อทรัพยากรชายฝั่งและในทะเล
4.6 กรณีการเคลื่อนไหวเรื่อง “การเลี้ยงหอยแครงในอ่าวปัตตานี”
การเคลื่อนไหวของชาวประมงพื้นบ้านเพื่อต่อสู้กับนายทุนที่จับจองพื้นสาธารณะในอ่าว
ปั ต ตานี เ พื่ อ เลี้ ย งหอยแครง ทํ าให้ ช าวประมงในพื้ น ที่ ไ ม่ ส ามารถหาปลาได้ ต ามปกติ เป็ น
ระยะเวลากว่า 10 ปี ระบบนิเวศในอ่าวปัตตานีเสื่อมโทรมจากกระบวนการในการเลี้ยงและจับ
เก็บหอยแครง ชาวประมงจึงต้องออกมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตั วเอง การเคลื่อนไหวหรือการ
ปกปู อ งพื้ น ที่ ใ นทะเลซึ่ ง เป็ น พื้ น ที่ ส าธารณะดั ง กล่ า วจึ ง เป็ น การปกปู อ งสิ ทธิ ใ นการจั ด การ
51