กระบวนการที่กลุ่มตัวอย่างได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ ถอดบทเรียน รวมทั้ง
วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว
4) จัดการประชุมกลุ่มย่อย (focus group) กับตัวแทนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
ผู้นําชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และแกนนําของกลุ่มต่าง ๆ ที่รวมตัวกันเคลื่อนไหวเพื่อการมีส่วน
ร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของอ่าวปัตตานี เพื่อให้ทราบถึงอุปสรรคที่
เกิดขึ้นเมื่อมีระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่หลากหลายโดยชุมชนชาวประมง
พื้นบ้านมาปฏิบัติจริงในชุมชน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง“สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร”
และร่วมกันเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา
5) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมให้ความรู้และกําหนดอนาคตร่วมกัน (Future
Search Conference : F.S.C.) ของประชาชนในพื้นที่ และสมาชิก/แกนนําของกลุ่มต่าง ๆ ที่
รวมตัวกันเคลื่อนไหว เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของอ่าว
ปัตตานี รวมทั้งนําประสบการณ์/ความต้องการ/เงื่อนไขของผู้เข้าร่วมในการสร้างวิสัยทัศน์
ร่วมกัน เพื่อให้ได้แผนปฏิบัติการหรือแนวทางในการเข้าถึงสิทธิชุมชนของชาวประมงพื้นบ้าน
อ่าวปัตตานีที่ยั่งยืน เป็น��รรม และได้รับการยอมรับจากทุกฝุายที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมที่มี
ความหลากหลาย เช่น แกนนํา/ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน ผู้นําชุมชน และคณะผู้แทนจาก
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น รวมอย่างน้อยไม่ต่ํากว่า 50 คน
6) เวทีประเมินความเข้าใจและสรุปผลการดําเนินโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วม ได้แก่
หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นําชุมชน
ตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ ที่ร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ทางทะเลของอ่าวปัตตานี และประชาชนในพื้นที่อย่างน้อยไม่ต่ํากว่า 30 คน
สํ า หรั บ กระบวนการเก็ บ ข้ อ มู ล และการวิ จั ย คณะผู้ วิ จั ย ได้ ใ ห้ นั ก ศึ ก ษาใน
สถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาในระดับปริญญาตรี แขนงการ
ปกครอง คณะรัฐ ศาสตร์ มหาวิ ทยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ วิ ท ยาเขตปั ต ตานี ชั้ น ปี ที่ 3 และ
นักศึกษาในรายวิชา 196-207 และ 196-210 รัฐและสังคม (State and Society) ซึ่งเป็นส่วน
หนึ่งของโครงการรัฐศาสตร์วิจัยเพื่อชุมชนทีม่ ุ่งเน้นจัดการศึกษาที่มีการนําทฤษฎีในชั้นเรียนมาสู่
การปฏิบัติผ่านการลงพื้นที่ในชุมชน เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ทฤษฎีที่เรียนมาได้จริงและเป็น
การสร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน ตลอดจนสามารถหาแนวทางการพัฒนาชุมชนได้อย่าง
เหมาะสมกับบริบทของชุมชน ดังตารางการเก็บข้อมูลต่อไปนี้
34