รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๔
การประเมินสถานการณ์
เมื่อพิจารณาสถานการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา เห็นได้ว่ารัฐบาลยังมี
การด�ำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่จ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพในการ
แสดงความเห็นทางการเมืองอย่างเข้มข้น หลายกรณีพบว่าเป็นการ
บังคับใช้กฎหมายในลักษณะป้องปรามก่อนที่จะมีการกระท�ำผิด
ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เชื่อมโยงการตรวจสอบการกระท�ำ
ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ประชาชนสงสัยว่าอาจมีการทุจริตคอร์รัปชัน
กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ดังกรณีกิจกรรม “นั่งรถไฟไป
อุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง” ซึ่งจัดโดยกลุ่มประชาธิปไตย
ศึ ก ษา ในการแสดงออกเชิ ง สั ญ ลั ก ษณ์ เ รี ย กร้ อ งให้ ต รวจสอบ
ข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตในการก่อสร้างโครงการ และถูกแจ้ง
ข้อหาผู้จัดกิจกรรมดังกล่าว จ�ำนวน ๖ คน ฐานขัดค�ำสั่งของ
คสช. ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองเกิน ๕ คนขึ้นไป นอกจากนี้
การจ� ำ กั ด เสรี ภ าพในการแสดงความเห็ น และการแสดงออก
ยั ง กระทบถึ ง การแสดงออกของบุ ค คลและชุ ม ชนที่ ไ ด้ รั บ
ความเดื อ ดร้ อ นจากนโยบาย มาตรการและโครงการต่ า ง ๆ
ทั้งของรัฐและของเอกชน เช่น การห้ามการประชุมของชาวบ้าน
เรื่องที่ดิน การห้ามการประชุม เรื่อง “ผลกระทบจากโรงไฟฟ้า
ถ่านหิน ต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพะลึน” จัดโดย
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งแดนมอญ (Human Rights Foundation
of Mon Land – HURFOM) และมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
(FER/TERRA) และการจับกุมการชุมนุมของกลุ่มผ��้ค้าลอตเตอรี่
รายย่อย อ�ำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าขัดค�ำสั่ง
คสช. (กรณีจัดกิจกรรม) หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการ
ชุมนุมสาธารณะ (กรณีชุมนุม) แต่ในบางกรณี ยังมีการชุมนุมของ
บางกลุ่มเกิดขึ้นได้บ้าง อาทิ การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรและการ
ชุมนุมชาวประมงหลังมีมาตรการห้ามเรือท�ำประมงผิดกฎหมาย
จึ ง เห็ น ได้ ว ่ า หลายกรณี มี ก ารจ� ำ กั ด สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพในการ
แสดงออกค่อนข้างกว้างขวาง และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้
ดุลพินิจที่มีผลให้เกิดการปฏิบัติที่แตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ
57
คณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ให้ความส�ำคัญต่อเสรีภาพ
ในการแสดงความเห็นและการแสดงออกว่ามีความจ�ำเป็นต่อความ
โปร่ ง ใสและการตรวจสอบได้ ข องรั ฐ และจ� ำ เป็ น ต่ อ การประกั น
สิทธิต่าง ๆ ในกติกา ICCPR และได้วางแนวทางการรอนสิทธิ
ในเสรีภาพในการแสดงความเห็นและการแสดงออกว่า การรอนสิทธิ
ด้ ว ยเหตุ แ ห่ ง ความมั่ น คงของชาติ ห รื อ ความสงบเรี ย บร้ อ ยของ
สาธารณะ (ordre public) หรือด้วยเหตุแห่งสาธารณสุขและ
ศีลธรรม นัน้ รัฐจ�ำเป็นต้องด�ำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างยิง่
และจ�ำเป็นต่อวัตถุประสงค์อันชอบธรรม การจ�ำกัดสิทธิด้วยเหตุ
ดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด (strict requirements)
ได้สัดส่วน มีความจ�ำเพาะของกรณีที่จะส่งผลกระทบต่อเหตุเช่นว่า
(in specific and individualized fashion the precise
nature of the threat) มีความเชื่อมโยงโดยตรงและส่งผล
ชั ด เจนจากการใช้ สิ ท ธิ นั้ น (a direct and immediate
connectionbetween the expression and the threat)
และต้ อ งมั่ น ใจว่ า ไม่ เ ป็ น การจ� ำ กั ด ข้ อ มู ล สู ่ ส าธารณะของสื่ อ
นักวิชาการนักสิ่งแวดล้อม หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นไป
เพื่อประโยชน์ของสาธารณะอย่างชอบธรรม