ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๘ การออกกฎหมาย ดังกล่าว จึงไม่สอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑) และหลั ก การตามรั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประกอบรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราวพุทธศักราช ๒๕๕๗ ปฏิญญา สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและไม่สอดคล้องกับความเห็น ของ กสม. ดังปรากฏในข้อ ๒.๖) ๔.๒ กติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท าง การเมือง ข้อ ๖ ข้อย่อยที่ ๒ ก�ำหนดให้ประเทศทีย่ งั มิได้ยกเลิกโทษ ประหารชีวิตอาจลงโทษประหารชีวิตได้เฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด (The most serious crime) ตามกฎหมายทีใ่ ช้บงั คับในขณะกระท�ำ ความผิด แม้ว่ากติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ สิ ท ธิ ท างการเมื อ งไม่ ไ ด้ ใ ห้ ค� ำ นิ ย ามที่ ชั ด เจนของค� ำ ว่ า คดี อุ ก ฉกรรจ์ ที่ สุ ด แต่ มี แ นวทางการตี ค วามโดยผู ้ เ สนอรายงาน พิ เ ศษของคณะมนตรี สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของสหประชาชาติ ด ้ า น การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม (Special Rapporteur on Extrajudicial, Summary or Arbitrary Executions) ที่เห็นว่าคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด หมายถึง การท�ำให้บุคคลอื่นเสียชีวิต โดยเจตนา อย่ างไรก็ต าม ยังไม่มีก ารตีความของความหมาย คดี อุ ก ฉกรรจ์ ที่ สุ ด โดยศาลระหว่ า งประเทศหรื อ ศาลในระดั บ ภูมิภาค แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเห็นว่าการกระท�ำความผิดที่มี ลักษณะทางเศรษฐกิจหรือการเมือง การกระท�ำความผิดที่ไม่มี การใช้ความรุนแรง และการกระท�ำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ควรจัดว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด และตามหลักกฎหมายทั่วไป เมื่อมีการกระท�ำความผิดเกิดขึ้น มักต้องมีผู้เสียหาย แต่ความผิด เกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติดไม่สามารถระบุผู้เสียหายและ ๓.๒.๔ ๑ ความเสียหายทีเ่ กิดกับผูเ้ สียหายได้อย่างชัดเจน จึงไม่ควรจัดว่า เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด และนอกจากนี้ คณะกรรมการประจ�ำ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองฯ มีการตีความว่า ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไม่จัดเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุดด้วย อย่างไรก็ตาม การกระท�ำความผิดในกรณีดังกล่าวบางครั้ง อาจเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งการเสียชีวิตนั้นอาจเป็นการ กระท�ำทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนา จึงเป็นประเด็นที่ต้องน�ำมา ประกอบการพิจารณา๗๗ เมือ่ พิจารณาจากแนวทางการตีความ ดังกล่าวแล้วเห็นได้ว่ากฎหมายไทยมีบทบัญญัติหลายมาตรา ที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวเนื่องจากเป็นฐานความผิด ที่ผู้กระท�ำความผิดไม่ได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของผู้เสียหาย หรือไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น เช่น ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ มาตรา ๑๔๙ มาตรา ๒๐๑ มาตรา ๒๐๒มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๐ มาตรา ๒๒๒ มาตรา ๓๑๓ และมาตรา ๓๑๔ พระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๒๓/๒ เป็นต้น และไม่สอดคล้องกับความ เห็นของ กสม. ดังปรากฏในข้อ ๒.๖ ๔.๓ ถ้ า สั ง คมไทยยั ง มี แ นวความคิ ด ว่ า โทษประหารชี วิ ต เป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดการกระท�ำความผิดและท�ำให้ ผูก้ ระท�ำความผิดได้รบั โทษสาสมกับการกระท�ำในลักษณะของ การแก้แค้นทดแทน เมือ่ เกิดเหตุการณ์ทสี่ ะเทือนขวัญต่อความ รู้สึกของประชาชน ดังเช่น กรณีคดีการข่มขืนและฆาตกรรม เด็ ก หญิ ง บนขบวนรถไฟสายนครศรี ธ รรมราช-กรุ ง เทพฯ ในปี ๒๕๕๗ ความคิดที่ให้คงบทลงโทษประหารชีวิตก็จะยังคง มีอยู่ในสังคมไทยต่อไป เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หลักการด้านสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ ๑๙ ก�ำหนดให้บคุ คลมีสทิ ธิทจี่ ะมีความคิดเห็นโดยปราศจาก การแทรกแซง มีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภท โดยการใช้สิทธิการแสดงออก เสรีภาพที่จะแสวงหา รับ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภทดังกล่าว ต้องมีหน้าที่และ ความรับผิดชอบพิเศษควบคู่ไปด้วย และอาจมีข้อจ�ำกัดในบางเรื่องซึ่งต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายและจ�ำเป็นต่อ (ก) การเคารพในสิทธิหรือ ชื่อเสียงของบุคคลอื่น และ (ข) การรักษาความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน คณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกว่า เสรีภาพดังกล่าว เป็นสิทธิท่ีไม่อาจแทนที่ได้เพื่อการพัฒนามนุษย์โดยสมบูรณ์ เป็นหลักการที่จ�ำเป็นยิ่งต่อทุกสังคมเพื่อวางหมุดฐานสังคมที่มีเสรีภาพและ เป็นประชาธิปไตย เสรีภาพทั้งสองด้านนี้ต่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยที่เสรีภาพในการแสดงออกจะท�ำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไปสู่ การแลกเปลี่ยนและการพัฒนาของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อการตระหนักซึ่งหลักการแห่งความโปร่งใส ๗๗ สรุปผลการสัมมนาผู้เชี่ยวชาญ เรื่อง โทษประหารชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ ๒๒ –๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ โรงแรมเชอราตัน เจริญกรุง กรุงเทพฯ 54 บทที่ ๓ สถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘

Select target paragraph3