รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๓.๓ ค�ำพิพากษา
ในปี ๒๕๕๘ ศาลอุทธรณ์มคี ำ� พิพากษาคดีทเี่ คยสร้างความสะเทือน
ขวัญต่อประชาชน คือ คดีข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิงบนขบวน
รถไฟสายนครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ โดยศาลอุทธรณ์พิพากษา
ยืนตามศาลชั้นต้นลงโทษประหารชีวิตจ�ำเลยที่ ๑ และจ�ำเลยที่ ๑
ไม่ใช้สทิ ธิฎกี าคดีจงึ ถึงทีส่ ดุ โดยจ�ำเลยที่ ๑ ต้องโทษตามค�ำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม ห้ามมิให้บังคับคดี
ตามค�ำพิพากษาจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอภัยโทษ
๓.๔ การออกกฎหมายที่มีโทษประหารชีวิต
การออกกฎหมายทีม่ โี ทษประหารชีวติ ได้มกี ารออกกฎหมายส�ำหรับ
ลงโทษแก่ผกู้ ระท�ำความผิดตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘๗๔
ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยก�ำหนดโทษประหารชีวิตไว้ในพระราชบัญญัติ
ดังกล่าว และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการ
เดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๘๗๕ เดิมมีการก�ำหนดโทษประหารชีวิต
และเมื่อมีการออกกฎหมายใหม่ก็ยังคงโทษประหารชีวิต
๓.๕ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑)๗๖
แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ด้านกระบวนการยุติธรรม
ก� ำ หนดข้ อ เสนอแนะเชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารให้ มี ก ารเปลี่ ย นแปลงโทษ
ประหารชี วิ ต ให้ เ ข้ า สู ่ ก ารพิ จ ารณาของรั ฐ สภาเป็ น โทษจ� ำ คุ ก
ตลอดชีวิต เพื่อสานต่อวัตถุประสงค์ในการยกระดับกฎหมาย
ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนภายในประเทศให้ ส อดคล้ อ งกั บ
มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล โดยด�ำเนินการ (๑) เผยแพร่ให้
๔
ความรู้ด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในกระบวนการ
ยุ ติ ธ รรม และประชาชน โดยเฉพาะแนวคิ ด เรื่ อ งศั ก ดิ์ ศ รี
ความเป็นมนุษย์ และสิทธิในการมีชีวิตซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
(๒) ประกาศพักการประหารชีวิตในทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ
ทันที และสนับสนุนมติพักการใช้โทษประหารชีวิตของที่ประชุม
สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (๓) เสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อ
ลดจ�ำนวนความผิดอาญาที่มีบทลงโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะ
อาชญากรรมที่ ไ ม่ ถื อ เป็ น อาชญากรรมอุ ก ฉกรรจ์ ที่ สุ ด ตามข้ อ
บทที่ ๖ วรรคสอง ของกติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ
พลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (๔) ลงนามและให้ สั ต ยาบั น
รับรองพิธีสารเลือกรับ ฉบับที่ ๒ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย
สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เรือ่ ง มุง่ ยกเลิกโทษประหารชีวติ
ภายในปี ๒๕๖๑ และ (๕) สร้างเรือนจ�ำความมั่นคงสูงเพื่อรองรับ
นักโทษประเภทคดีอุกฉกรรจ์
การประเมินสถานการณ์
สถานการณ์โทษประหารชีวติ ในประเทศไทยสามารถพิจารณาจากความคิดเห็นของสังคมต่อโทษประหารชีวติ กฎหมายทีก่ ำ� หนดโทษประหาร
ชีวิต แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสถิติโทษประหารชีวิตในประเทศไทย ดังนี้
๔.๑ ในขณะที่ประเทศไทยก�ำหนดแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑) ซึ่งมีขั้นตอนการด�ำเนินการให้
เสนอแก้ไขกฎหมายเพือ่ ลดจ�ำนวนความผิดทางอาญาทีม่ บี ทลงโทษ
ประหารชีวิต โดยเฉพาะอาชญากรรมที่ไม่ถือเป็นอาชญากรรม
อุกฉกรรจ์ที่สุด ลงนามและให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับ
ฉบับที่ ๒ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ
สิทธิทางการเมือง เรือ่ ง มุง่ ยกเลิกโทษประหารชีวติ ภายใน ปี ๒๕๖๑
แต่ในปี ๒๕๕๘ กลับออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า
ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ก�ำหนดฐานความผิดใหม่ทมี่ โี ทษประหารชีวติ ซึง่ แต่เดิมไม่มี กล่าวคือ
กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่
ขององค์การระหว่างประเทศ เรียก รับ หรือยอมจะกระท�ำการหรือ
ไม่กระท�ำการอย่างใดในต�ำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบ
ด้วยหน้าที่ และยังคงโทษประหารชีวิตไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วย
๗๔ มาตรา ๑๒๓/๒๒ ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดส�ำหรับตนเอง
หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระท�ำการหรือไม่กระท�ำการอย่างใดในต�ำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่
หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต
๗๕ มาตรา ๑๘ ผู้ใดกระท�ำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษประหารชีวิต จ�ำคุกตลอดชีวิต หรือจ�ำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกแสนบาทถึงแปดแสนบาท (๑)
ท�ำลายอากาศยานในระหว่างบริการ และ (๒) ท�ำให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหายจนเป็นเหตุให้อากาศยานนั้นไม่สามารถท�ำการบินได้ หรือเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อ
ความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน
๗๖ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ –๒๕๖๑) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กันยายน ๒๕๕๖, น.๓๘
53