รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
กลุ่มคนพิการ
ทัง้ นี้ กสม. ประเมินสถานการณ์ของกลุม่ คนพิการ
โดยพบว่า คนพิการยังประสบปัญหาอุปสรรค
ในการเข้าถึงการศึกษา เนื่องจากการถูกปฏิเสธ
การเข้ารับการศึกษา การขาดความพร้อมของ
สถานศึกษา ตลอดจนการขาดการจัดสรรเครื่อง
อ�ำนวยความสะดวกส�ำหรับคนพิการที่เหมาะสม
และตรงตามความต้องการของคนพิการแต่ละ
ประเภท ในด้านการประกอบอาชีพ ผูป้ ระกอบการ
ส่วนใหญ่ยังคงเลือกช่องทางจ่ายเงินชดเชยเข้า
กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
มากกว่าการจ้างคนพิการเข้าท�ำงาน เนื่องจาก
สถานที่ ข องผู ้ ป ระกอบการยั ง ขาดความพร้ อ ม
และสิ่งอ�ำนวยความสะดวกที่เหมาะสม รวมถึง
ข้อจ�ำกัด ด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถของ
คนพิการ ในด้านการเข้าถึงสิง่ อ�ำนวยความสะดวก
อันเป็นสาธารณะ ที่ผ่านมา ยังคงไม่ครอบคลุม
ทั่ ว ถึ ง โดยเฉพาะในพื้ น ที่ห่างไกล อีก ทั้งมีข้อ
จ�ำกัดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และในด้าน
การรับบริการสาธารณสุข ยังคงพบความเหลือ่ มล�ำ้
ระหว่างระบบประกันสุขภาพภาครัฐ เนื่องจาก
ระบบประกันสุขภาพของภาครัฐ ได้ก�ำหนดสิทธิ
ประโยชน์ให้แก่คนพิการ ซึ่งครอบคลุมประเภท
ความพิ ก ารไม่ เ ท่ า เที ย มกั น ของระบบประกั น
สุขภาพของรัฐทั้ง ๓ ระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การสนับสนุนอุปกรณ์ส�ำหรับช่วยเหลือคนพิการ
ประเภทต่าง ๆ ดังนั้น รัฐควรด�ำเนินมาตรการ
เชิ ง รุ ก พร้ อ มกั บ การติ ด ตามผลอย่ า งจริ ง จั ง
และต่ อ เนื่ อ ง โดยมี ล� ำ ดั บ ความส� ำ คั ญ ได้ แ ก่
(๑) การจั ด ท� ำ บั ต รประจ� ำ ตั ว คนพิ ก ารโดยมี
21
กสม. พบว่า ประเทศไทยได้ด�ำเนินการถอนถ้อยแถลงตีความ ข้อ ๑๘ วรรค ๒
ของอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ ค นพิ ก ารเกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ใ นการจดทะเบี ย นเกิ ด สิ ท ธิ
ในการมี ชื่ อ และสิ ท ธิ ใ นการได้ สั ญ ชาติ ข องเด็ ก พิ ก าร ซึ่ ง รั ฐ ได้ ใ ห้ ค� ำ มั่ น ไว้
ในการเสนอรายงาน UPR รอบที่ ๑ ในปี ๒๕๕๔ ขณะที่รัฐบาลได้ออกกฎหมาย
เพื่ อ ให้ ค นพิ ก ารเข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ป ระโยชน์ จ ากรั ฐ และเพื่ อ ส่ ง เสริ ม และพั ฒ นา
คุ ณ ภาพชี วิ ต ของคนพิ ก ารให้ ค รอบคลุ ม ทั่ ว ถึ ง โดยออกกฎหมายส� ำ คั ญ
หลายฉบั บ อาทิ พระราชบั ญ ญั ติ ส ่ ง เสริ ม และพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต คนพิ ก าร
พ.ศ. ๒๕๕๐ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๖) เพื่อขจัดการกระท�ำที่เป็นการเลือกปฏิบัติ
โดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ และเพื่อช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์
และการอ�ำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น โดยให้องค์กรด้านคนพิการมีบทบาทในการ
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมากขึ้น พร้อมกับการออ��กฎกระทรวง
ก�ำหนดจ�ำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของ
รัฐจะต้องรับเข้าท�ำงาน และจ�ำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ
จะต้องน�ำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔
เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ และแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่บูรณาการเพื่อคนพิการ
และทุกคนในสังคม ให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิทธิอย่าง
เท่ า เที ย ม และเป็ น ธรรม โดยไม่ เ ลื อ กปฏิ บั ติ ต ่ อ คนพิ ก ารและผู ้ ดู แ ลคนพิ ก าร
รวมถึงการออกพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑
(เเก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม พ.ศ. ๒๕๕๖) เพื่ อ ให้ ก ารบริ ก ารและการให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ
แก่คนพิการในด้านการศึกษาเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกระบบและทุกระดับการศึกษา
ฐานข้อมูลของคนพิการที่สมบูรณ์ ครอบคลุม และปราศจากการตีตราพร้อมกับ
เป็นไปในแนวทางสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ควรเปิดกว้างให้กับกลุ่มคนพิการที่ไม่มี
สัญชาติไทยให้สามารถรับบัตรดังกล่าวเพื่อรับรองและคุ้มครองสิทธิ และเข้าถึง
โอกาสในการฟืน้ ฟูและพัฒนาคุณภาพชีวติ จากรัฐ (๒) การเตรียมความพร้อมของ
สถานศึกษาของรัฐ ทั้งด้านการมีบุคลากรและอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อประเภท
ของคนพิการและมีการด�ำเนินการเชิงปฏิบัติการในการส่งเสริม สนับสนุน ให้คน
พิการมีการศึกษาในระดับที่สูงได้ (๓) การมีมาตรการหรือแนวทางในการด�ำเนิน
งานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดแนวทางการจ้างงานในชุมชน
เพื่อขยายโอกาสให้คนพิการสามารถท�ำงานในภูมิล�ำเนาของตนเอง และเป็น
ทางเลื อ กให้ แ ก่ ค นพิ ก ารในการพั ฒ นาศั ก ยภาพของตน ท� ำ ให้ ค นพิ ก ารเกิ ด
ความภาคภูมิใจและรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง (๔) การเร่งรัดและติดตามการจัด
สิ่ ง อ� ำ นวยความสะดวกส� ำ หรั บ คนพิ ก ารให้ เ กิ ด ผลเป็ น รู ป ธรรมโดยเร็ ว
(๕) การส่ ง เสริ ม การมี ส ่ ว นร่ ว มของคนพิ ก ารในทุ ก ระดั บ ตั้ ง แต่ ก ารด�ำ เนิ น
กิจกรรม การวางแผนและร่วมก�ำหนดนโยบายกับรัฐ รวมถึงการมีส่วนร่วม
ในการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ
และการมีสว่ นร่วมในระดับนโยบายและการก�ำหนดยุทธศาสตร์ในส่วนทีเ่ กีย่ วข้อง