รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
กลุ่มผู้หญิงและความเสมอภาคระหว่างเพศ
ทัง้ นี้ กสม. ประเมินสถานการณ์ดา้ นกลุม่ ผูห้ ญิงและความเสมอภาค
ทางเพศ โดยพบว่า แม้วา่ ในภาพรวมจะแสดงถึงความไม่เท่าเทียม
ระหว่างหญิงและชายทีล่ ดต�ำ่ ลง แต่เมือ่ พิจารณารายละเอียดตาม
ตัวชี้วัดแล้ว พบว่า ยังมีความไม่เท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย
ในด้านตลาดแรงงานค่อนข้างมาก (ชาย = ๘๐.๗ และหญิง =
๖๔.๓) ในขณะที่มีสัดส่วนของผู้หญิงที่ด�ำรงต�ำแหน่งในรัฐสภา
น้อยมาก โดยคิดเป็นล�ำดับที่ ๑๗๒ จากทั้งหมด ๑๘๕ ประเทศ
และในระหว่างปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ มีค่าสัดส่วนของผู้หญิงที่ด�ำรง
ต�ำแหน่งในรัฐสภา น้อยที่สุดในรอบ ๑๐ ปี (๒๕๔๙ - ๒๕๕๘)
อี ก ทั้ ง ยั ง พบปั ญหาความรุ น แรงต่ อ ผู ้ ห ญิ ง (กรณี ที่ ผู้ห ญิงถูก
กระท�ำ) ในทุกประเภทของความรุนแรง ในจ�ำนวนที่สูงขึ้นกว่า
ปี ๒๕๕๗ ด้วย กสม. จึงเสนอว่า รัฐซึ่งมีหน้าที่ในการเคารพ
(Obligation to Respect) หน้าทีใ่ นการคุม้ ครอง (Obligation to
Protect) และหน้ า ที่ ใ นการท� ำ ให้ สิ ท ธิ เ กิ ด ผลในทางปฏิ บั ติ
ในการจัดท�ำหรืออ�ำนวยการให้เกิดขึน้ จริง (Obligation to Fulfill)
จึงควรด�ำเนินการส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศ
ด้วยการออกมาตรการที่เหมาะสมและมาตรการพิเศษชั่วคราว
การเสริ ม สร้ า งการมี ส ่ ว นร่ ว มทางการเมื อ งของผู ้ ห ญิ ง เช่ น
การกระตุ้นให้พรรคการเมืองใช้ระบบสัดส่วน จัดการฝึกอบรม
และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความส�ำคัญของผู้หญิงในการ
ตัดสินใจทุกระดับ และในเวทีนานาชาติ การส่งเสริมการออก
นโยบายและก�ำหนดกลไกและมาตรการในการแก้ไขปัญหา
ที่มีประสิทธิภาพที่จะท�ำให้ผู้หญิงที่ถูกละเมิดสามารถเข้าถึง
ความเป็นธรรมได้
๒๑ หมายถึง รายได้ประจ�ำเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน ประกอบด้วย ค่าจ้างและเงินเดือน, ก�ำไรสุทธิจากการประกอบธุรกิจ, รายได้จากทรัพย์สิน, รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่น เงินได้รับเป็น
การช่วยเหลือ มูลค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น. (ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ. แผนที่ความยากจน. www.nso.go.th)
20
บทที่ ๒ ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
กสม. พบว่า รัฐบาลมีความพยายามในการดูแลส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียม
ระหว่ า งเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ มี ก ารจั ด ท� ำ แผนงานที่ เ กี่ ย วกั บ การพั ฒ นามิ ติ ห ญิ ง ชาย ทั้ ง แผนพั ฒ นาสตรี ใ นช่ ว งแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ
และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) และแผนพัฒนาสถิติหญิงและชาย ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๕๘) รวมถึง
การท�ำรายงานสถานการณ์สตรี ปี ๒๕๕๘ แสดงสถานการณ์ ๑๒ ด้าน ตามข้อก�ำหนดในปฏิญญาและแผนปฏิบัติการปักกิ่งเพื่อควา���
ก้าวหน้าของสตรี โดยส�ำรวจข้อมูลจากประชากรเพศหญิงในประเทศไทย ทั้งหมด ๓๓.๑ ล้านคน (จากประชากรโดยรวม ๖๕.๑๐ ล้านคน)
ซึ่งแสดงความแตกต่างระหว่างหญิงและชายในประเด็นที่น่าห่วงใยหลายประเด็น อาทิ การเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ผู้หญิงมีจ�ำนวนมากกว่า
ผู้ชาย (๕.๑ > ๔.๐ ล้านคน) คิดเป็น ร้อยละ ๕๖.๐๔ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้หญิงมีจ�ำนวนมากกว่าผู้ชาย (๖.๔๐ > ๔.๙ หมื่นคน)
คิดเป็น ร้อยละ ๕๖.๖๔ จ�ำนวนผู้หญิงที่มีงานท�ำ มีจ�ำนวนน้อยกว่าผู้ชาย (๑๗.๕ < ๒๐.๙ ล้านคน) คิดเป็น ร้อยละ ๔๕.๕๗ นอกจากนั้น
ผู้หญิงยังเป็นผู้อยู่นอกก�ำลังแรงงานจ�ำนวนมากกว่าผู้ชาย (๑๐.๖ > ๕.๕ ล้านคน) คิดเป็น ร้อยละ ๖๕.๘๔ โดยในเรื่องการท�ำงานบ้าน
ซึ่งเป็นการท�ำงานที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้๒๑ ผู้หญิงก็มีจ�ำนวนมากกว่าผู้ชาย (๔.๖ > ๐.๒ ล้านคน) คิดเป็น ร้อยละ ๙๕.๘๓ ซึ่งตัวเลขสถิติ
ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล�้ำระหว่างหญิงและชายที่ยังมีอยู่ในประเทศไทย