รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
กลุ่มเด็ก
กสม. พบว่า รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กเพิ่มมากขึ้นโดย (๑) การจัดท�ำโครงการอุดหนุน
เด็กแรกเกิด ๔๐๐ บาท/เดือน เป็นเวลา ๑๒ เดือน เพื่อเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานในการสร้างระบบการคุ้มครอง
ทางสังคม และเป็นหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจ
ให้บิดา-มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก น�ำเด็กเข้ารับบริการทางสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างเป็นระบบ (๒) การดูแล
คุ ้ ม ครอง และเยี ย วยาเด็ ก ที่ ไ ด้ รั บ ความรุ น แรงผ่ า นมาตรการต่ า ง ๆ อาทิ การตรวจสอบประวั ติ ข องครู ที่ เ คย
กระท�ำความผิดต่อนักเรียนเพื่อลดและป้องกันการกระท�ำความผิดของครู การตั้งศูนย์เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็ก
ที่กระท�ำความรุนแรง การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ ตลอดจนสื่อลามกอนาจาร
(๓) การแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก รวมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว
และการค้ามนุษย์ การออกกฎกระทรวงแรงงานก�ำหนดอายุขั้นต�่ำของแรงงานในภาคเกษตร จากอายุ ๑๓ ปี เป็น ๑๕ ปี
และการท�ำงานในเรือประมงจากอายุ ๑๖ ปี เป็น ๑๘ ปี การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเพื่อยุติการใช้แรงงานเด็ก
การตรวจสอบแรงงานเชิงรุกในรูปแบบสหวิชาชีพ การปฏิบัติ และติดตามแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็ก
ในรูปแบบที่เลวร้าย ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๙) และฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๓) เป็นต้น
ทั้งนี้ กสม. ประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิเด็ก พบว่า มีเด็กอายุระหว่าง ๕-๑๗ ปี ที่ท�ำงานซึ่งไม่เป็นอันตราย หรือท�ำงานที่รับรายได้มากกว่า
๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งสิ้น ๖๙๒,๘๑๙ คน หรือคิดเป็นร้อยละ ๖.๔ และยังมีปรากฏการณ์ของเด็กที่อยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ทั้งในส่วนที่
เผชิญกับความรุนแรง โดยพบว่า ในปี ๒๕๕๘ มีเด็กทีถ่ กู กระท�ำรุนแรงจ�ำนวน ๑๐,๗๑๒ คน ซึง่ เพิม่ จากปี ๒๕๕๗ (๖,๓๓๓ ราย) โดยในจ�ำนวนนี้
เป็นเด็กหญิงร้อยละ ๙๐ และมีอายุระหว่าง ๑๐-๑๕ ปี โดยมีลักษณะของการกระท�ำความรุนแรง การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน
และกระท�ำช�ำเราสูง��ป็นอันดับที่หนึ่ง นอกจากนั้น ยังพบสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เเละมิติ
ด้านสุขภาพของเด็กในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา ที่มีเด็กแรกเกิดถึง ๑๒ ปีเต็ม ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตาราง
สร้างภูมิคุ้มกันโรคสูงเป็นสามอันดับแรกของประเทศไทย กสม. จึงมีข้อเสนอให้รัฐจัดหามาตรการและ/หรือแนวทางในการสนับสนุน เพื่อให้
เด็กสามารถเข้าถึงสวัสดิการด้านสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม ในขณะทีส่ ถานการณ์เด็กข้ามชาติ กสม. พบว่า มีแนวโน้มการเพิม่ ขึน้ ของประชากร
เด็กข้ามชาติสูงขึ้นจากเดิมประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ - ๔๐๐,๐๐๐ คน จึงมีข้อเสนอให้รัฐจัดท�ำฐานข้อมูลเชิงสถิติของเด็กข้ามชาติในประเทศไทย
ที่สมบูรณ์ในทุกมิติ รวมถึงด�ำเนินการตามมาตรการในการจัดท�ำหนังสือรับรองการเกิด สูติบัตร และเอกสารพิสูจน์ตนของเด็กข้ามชาติอย่าง
มีประสิทธิภาพ
19