4 แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2565 ICCPR) 4) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights: ICESCR) 5) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการขจั ด การเลื อ กปฏิ บั ติ ทางเชื้ อ ชาติ ใ นทุ ก รู ป แบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination: ICERD) 6) อนุ สัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติห รือการลงโทษอื่นที่โ หดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ายีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) 7) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities: CRPD) 8) อนุ สั ญญาระหว่างประเทศว่าด้ว ยการคุ้มครองมิให้ บุคคลถูกบังคั บ ให้สูญหาย (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance) และ 9) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ข องแรงงานอพยพและ สมาชิ ก ครอบครั ว ( International Convention on the Protection of the Rights of All Migrant Workers and Members of Their Families: ICRMW) โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญาข้อ 1 – 7 3.2 มาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน มีเนื้อหาบางส่วนของมาตรฐานหรือ ตราสารที่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอยู่ในฐานะจารีตประเพณีระหว่างประเทศหรือหลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งมีผลผูกพันรัฐทุกรัฐ3 ส่วนเนื้อหาของมาตรฐานหรือตราสารที่ไม่ได้มีฐานะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศนั้น มักเป็นแนวทางให้รัฐปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ของรัฐ โดยรัฐสามารถเลือกไม่ปฏิบัติตามได้ แต่หากรัฐใดเลื อกที่ จะปฏิบัติตามมาตรฐานนั้น ย่อมเกิดความชอบธรรมแก่การกระทาของรัฐ สาหรับมาตรฐานระหว่างประเทศ ที่มีความสาคัญต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แก่ 1) ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 2) ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของ สังคม ในการส่ งเสริมและคุ้มครองสิ ทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสากล หรือ ที่เรียกว่า ปฏิญญาว่าด้วยผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน 3) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 4 และ 4) เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยทั้ง 4 มาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนมีความเหมาะสมเชื่อมโยงกับ สถานการณ์ในปัจจุบัน���องประเทศที่หลากหลายทั้งในเชิงมิติและในเชิงพื้นที่ 4. แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการสิ ท ธิ มนุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ มี การจั ด ทาแผนยุ ทธศาสตร์ คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน แห่งชาติมาแล้ว 2 ฉบับ ฉบับแรกอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2545 - 2550 และฉบับที่สองอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2554 - 2559 โดยแผนยุทธศาสตร์ฉบับแรก วางเป้าหมายและให้ความสาคัญกับการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อถือ ศรัทธา และสร้ า งอั ต ลั ก ษณ์ ข ององค์ ก รที่ จ ะน าไปสู่ ก ารพั ฒ นา ส่ ง เสริ ม และคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ตลอดจน การเสริมสร้างวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยให้ได้มากที่สุด แผนยุทธศาสตร์ฉบับที่สอง วางเป้าหมายและให้ความสาคัญกับการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อให้เป็นสถาบันด้านสิทธิมนุษยชน ที่ เ ป็ น ที่ ย อมรั บ เชื่ อ ถื อ ของสั ง คม ทั้ ง ในประเทศและสากล มี ก ารระดมพลั ง ภาคี เ ครื อ ข่ า ยทุ ก ภาคส่ ว น เพื่อร่วมกันสร้างสังคมสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย การเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย 3 4 Lawyers’ Rights Watch Canada. “International Human Rights Law: Non-Treaty Standards.” lrwc.org. http://www.lrwc.org/education/international-law/non-treaty-standards/ (accessed April 21, 2016). หมายเหตุ: จารีตประเพณีระหว่างประเทศจะผูกพันรัฐทุกรัฐ ยกเว้นแต่รัฐที่ทาการโต้แย้งคัดค้านอย่างเนือง ๆ (persistent objector) กระทรวงการต่างประเทศ. (2556). ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.mfa.go.th/ asean/contents/files/asean-media-center-20130614-163951-210860.pdf. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559.

Select target paragraph3