รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
สามารถดำ�รงสถานภาพการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง และถูกเลือกปฏิบัติ รวมทั้งระเบียบราชการและ/หรือ
ระเบี ย บขององค์ ก รยั ง ไม่ เ อื้ อ ต่ อ เด็ ก ที่ เ กิ ด นอกสมรสให้ ไ ด้ เข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ป ระโยชน์ จ ากรั ฐ และองค์ ก ร
โดยปราศจากเลือกปฏิบัติ และยังมีการกีดกันผู้หางานและ/หรือลูกจ้างที่ตั้งครรภ์
กสม. ร่ว มสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิอนามั ย การ
เจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศ พ.ศ. .... ซึ่งจัดทำ�โดยมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาวะผู้หญิง (สคส.)
และเตรียมรวบรวมรายชื่อประชาชน ๑๐,๐๐๐ คน เสนอกฎหมาย โดยมุ่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ
อนามัยเจริญพันธุ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวนี้มีหลักการกำ�หนดให้ทุกคนต้อง
มีสิทธิเข้าถึงบริการคุมกำ�เนิด การดูแลครรภ์ การคลอด การยุติการตั้งครรภ์
ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ รวมทั้งการรักษาการมีบุตรยาก และโรคเกี่ยวกับ
การเจริ ญ พั น ธุ์ ต่ า งๆ ทุ ก คนมี สิ ท ธิ ตั ด สิ น ใจเลื อ กเองว่ า จะมี ชี วิ ต คู่ ห รื อ ไม่
และมีสิทธิตัดสินใจว่าจะมีบุตรหรือไม่ จำ�นวนเท่าใด ทุกคนมีสิทธิได้รับข้อมูล
ข่ า วสารเกี่ ย วกั บ อนามั ย การเจริ ญ พั น ธุ์ ที่ ถู ก ต้ อ ง ครบถ้ ว น เด็ ก และเยาวชน
มี สิ ท ธิ ไ ด้ เรี ย นรู้ เรื่ อ งเพศศึ ก ษาที่ ถู ก ต้ อ งและเพี ย งพอ คนทุ ก คนมี สิ ท ธิ ที่ จ ะ
ปลอดภั ย จากอั น ตรายจากขนบธรรมเนี ย ม จารี ต ประเพณี ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ
อนามัยการเจริญพันธุ์ (จะบังคับแต่งงาน หรือบังคับการมีเพศสัมพันธ์ หรือห้าม
การมีเพศสัมพันธ์ด้วยเหตุผลทางความเชื่อศาสนา หรือประเพณีไม่ได้) ห้าม
ไม่ให้โน้มน้าว ข่มขู่ บังคับ อันส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่ตั้งครรภ์พักการเรียน
หรื อ ต้ อ งออกจากสถานศึ ก ษา ห้ า มไม่ ใ ห้ ห น่ ว ยงานของรั ฐ และเอกชนปฏิ เ สธการจ้ า งงานเพราะเหตุ
ตั้ ง ครรภ์ รั ฐ ต้ อ งคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ข องบุ ค คลที่ มี ลั ก ษณะเพศทางชี ว วิ ท ยาไม่ ชั ด เจน ให้ มี สิ ท ธิ เ ลื อ กเพศ
ตนเอง และสิทธิในการเลือกวิธีการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐมีหน้าที่จัดให้มีบริการข้อมูลข่าวสาร
รวมถึงเรื่องเพศศึกษาแก่บุคคลทุกช่วงวัยอย่างเหมาะสม ต้องจัดให้มีบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ และ
สุขภาพทางเพศที่มีมาตรฐาน ต้องจัดให้มีระบบการศึกษาต่อเนื่องที่เหมาะสมกับนักเรียนนักศึกษาที่
ตั้งครรภ์ ต้องคุ้มครองสิทธิของคนที่มีเพศไม่ชัดเจน ต้องให้สิทธิตัดสินใจเลือกเพศได้ด้วยตนเอง และสิทธิ
ในการเลือกวิธีการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
รัฐบาลจัดทำ� “โครงการฝากท้องทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ” เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖
ซึ่ ง ผู้ ห ญิ ง ตั้ ง ครรภ์ ทุ ก คนไม่ ว่ า จะใช้ สิ ท ธิ โ ครงการ ๓๐ บาท สิ ท ธิ ป ระกั น สั ง คม หรื อ สวั ส ดิ ก ารรั ก ษา
พยาบาลข้าราชการสามารถฝากครรภ์ที่ส ถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่ต้ อ งเสี ย
ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผ่านมาหญิงตั้งครรภ์ในโครงการ ๓๐ บาท และประกันสังคม ต้องฝากครรภ์ที่สถาน
พยาบาลในเครือข่ายที่ระบุในสัญญาเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะต้องเสียเงินเอง จึงทำ�ให้หญิง
ตั้งครรภ์มีเพียงร้อยละ ๕๓ ที่ไปฝากท้องเมื่ออายุครรภ์น้อย ซึ่งปกติหญิงตั้งครรภ์จะต้องไปฝากครรภ์
เมื่ออายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ เมื่อต้องเสียค่าใช้จ่ายหากไปฝากครรภ์ในสถานพยาบาลที่ไม่ได้ระบุในสัญญา
ผู้หญิงส่วนหนึ่งจึงฝากครรภ์ช้า หากเกิดปัญหากับทารกในครรภ์ แพทย์จะไม่สามารถค้นหาหรือแก้ไข
ความผิดปกติได้ทัน โครงการนี้จึงเป็นการลงทุนสร้างต้นทุนชีวิตเด็กไทยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ให้มีสุขภาพ
แข็งแรง
85