78 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖ การประชุมเชียร์ในลักษณะดังกล่าวก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เช่นเดิม แม้จะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้มีการ บังคับให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม โดยนักศึกษาต้องสมัครใจในการเข้าร่วม แต่นักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่ เกรงว่าตัวเองจะไม่ได้รับการยอมรับ หรือเป็นแกะดำ�ในคณะหรือในรุ่น จึงยอมเข้าร่วมกิจกรรมการรับน้อง ทั้ ง ที่ ต นไม่ เ ต็ ม ใจ ซึ่ ง ได้ มี ก ารทั ก ท้ ว งจากนั ก ศึ ก ษา ผู้ ป กครอง หรื อ หน่ ว ยงานทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน เกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ที่ไม่เหมาะสมและมีความรุนแรง ซึ่งเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนแต่ยังคงปรากฏกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวเป็นประจำ�ทุกปี อีกทั้งยังมีการขยายวงกว้าง ไปถึงนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาด้วย จากสถานการณ์ ดั ง กล่ า ว กสม. ได้ ดำ � เนิ น การตรวจสอบเป็ น ระยะ โดยเชิ ญ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาที่ถูกร้องเรียน เพื่อปรึกษาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาและมีความเห็นร่วมกัน ว่าสถาบันการศึกษาควรให้ความสำ�คัญต่อการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ของนักศึกษา ในสถาบัน จำ�เป็นต้องจัดให้มีการประชุม ซักซ้อมความเข้าใจกับสโมสรนักศึกษาและนักศึกษารุ่นพี่ เพื่อให้ ทราบถึงข้อควรปฏิบัติหรือข้อที่ไม่ควรปฏิบัติในการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ พร้อมทั้ง ชี้แจงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสถาบันการศึกษาและตัวนักศึกษาเอง ในการพิจารณาอนุญาตให้จัด กิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ สถาบันควรพิจารณาในรายละเอียดของกิจกรรมว่าเป็นกิจกรรม ที่นำ�ไปสู่จุดมุ่งหมายตามที่สถาบันการศึกษาต้องการจริงหรือไม่ และในการจัดกิจกรรมทุกครั้งต้องมี อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถตัดสินใจในเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดหรือไม่พึงประสงค์ ที่อาจเกิดขึ้น และสถาบันการศึกษาควรมีการตรวจสอบและติดตามการทำ�กิจกรรมดังกล่าวเพื่อป้องกัน มิให้เกิดมีการละเมิดสิทธิของนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมการรับน้อง หากปรากฏมีการกระทำ�อันเป็น การละเมิดสิทธิของนักศึกษา หรือการกระทำ�ผิดกฎหมาย สถาบันการศึกษาต้องพิจารณาดำ�เนินการ ตามกฎหมายโดยเด็ดขาด ทั้งยังได้สื่อสารผ่านสื่อมวลชนในช่วงเวลาก่อนเปิดภาคการศึกษา เพื่อเป็น การย้ำ�เตือนมิให้เกิดเหตุการณ์ทำ�นองนี้อีกต่อไป (๓) กระทรวงศึกษาธิการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดผมนักเรียน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ตาม ความในข้อ ๓ และข้อ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ กำ�หนดว่า การที่นักเรียนชาย ตัดผมหรือไว้ผมยาว นักเรียนหญิงตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาต ให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย และนักเรียนใช้เครื่องสำ�อางหรือสิ่งปลอมเพื่อการเสริมสวย เป็ น การแต่ ง กายและความประพฤติ ข องนั ก เรี ย นที่ ถื อ ว่ า ไม่ เ หมาะสม และต่ อ มา พระราชบั ญ ญั ติ คุ้ ม ครองเด็ ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ ย กเลิ ก ประกาศของคณะปฏิ วั ติ ฉบั บ ที่ ๑๓๒ ไปแล้ ว แต่ ก ฎกระทรวง ดังกล่าวคงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ จนกว่า จะมีการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔��

Select target paragraph3

Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents