รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
ด้วยการไม่ทำ�ลายชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะการที่รัฐเป็นผู้กระทำ�เสียเอง ซึ่งรัฐบาลก็สมควรจะหามาตรการ
หรือวิธีการลงโทษบุคคลที่เป็นผู้กระทำ�ความผิดตามกฎหมายอาญาหรือเป็นอาชญากรร้ายแรงของสังคม
ด้วยวิธีการที่สามารถลดจำ�นวนการกระทำ�ความผิดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
สำ�หรับสิ่งที่เป็นความถดถอยของสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม
คือ การบังคับใช้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
ที่รัฐบาลประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนี้ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวนี้
ถือว่าเป็นกฎหมายพิเศษที่มีมาตรการและการกำ�หนดอำ�นาจหน้าที่แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่
ตามกฎหมายในการจำ �กัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้
หลายด้าน และบรรดาข้อกำ�หนด ประกาศ คำ�สั่ง หรือการกระทำ�ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราช
บัญญัตินี้ ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ดังที่อธิบายไว้แล้ว การบังคับ
ใช้กฎหมายนี้ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจจะ
ทำ�ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการดำ�เนินกระบวนการยุติธรรมของรัฐเกินกว่ากรณีที่จำ�เป็น อันเป็น
การไม่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามภารกิจหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น รัฐบาลจึงสมควรที่จะต้อง
พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเหตุผลและความจำ�เป็นก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้อีกในอนาคต
นอกจากนี้ การปรากฏข้ อ เท็ จ จริ ง ว่ า กสม. ยั ง คงได้ รั บ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นกล่ า วอ้ า งว่ า
เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมกระทำ�การอันไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
ตามที่ รั ฐ ธรรมนู ญ และหลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนสากลได้ รั บ รองไว้ โดยมี ก ารเพิ่ ม ขึ้ น ของคำ � ร้ อ งในทางสถิ ติ
อย่างมีนัยสำ�คัญ ซึ่งสถิติดังกล่าวก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความคงอยู่ของการกระทำ�หรือการละเลย
การกระทำ�ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมที่อาจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อันไม่สอดคล้องกับนโยบาย
พื้นฐานของรัฐด้านกระบวนการยุติธรรม ที่รัฐต้องดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่
ของรัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขมาตรการของรัฐ รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
รัฐในการอำ�นวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการ
ของสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ดั ง นั้ น รั ฐ บาลจึ ง ต้ อ งเร่ ง ดำ � เนิ น การทั้ ง ทางนโยบายและการปฏิ บั ติ อ ย่ า งเข้ ม งวด
ให้มากขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมตระหนักในสิทธิมนุษยชนและสามารถอำ�นวย
ความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป
57