รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
ประหารชีวิต ในปี ๒๕๕๖ (Death Sentences and Executions in 2013) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
ยืนยันว่า แนวโน้มทั่วโลกมุ่ง สู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยในปี ๒๕๕๖ มีเพียง ๒๒ ประเทศที่ มี
การลงโทษประหารชีวิตจริง ลดลงจากปี ๒๕๓๗ และปี ๒๕๔๕ ซึ่งมีประเทศที่ลงโทษประหารชีวิตจริง
จำ�นวน ๓๗ และ ๒๕ ประเทศ ตามลำ�ดับ
สำ � หรั บ ประเทศไทยเริ่ ม มี ก ารยอมรั บ ในความเป็ น ไปได้ ข องการยกเลิ ก โทษ
ประหารชี วิ ต ว่ า จะต้ อ งดำ � เนิ น การแบบค่ อ ยเป็ น ค่ อ ยไป ซึ่ ง ได้ ทำ � สำ � เร็ จ ไปแล้ ว ในบางส่ ว น กล่ า วคื อ
การยกเลิกโทษประหารชีวิตในเด็กและเยาวชน ตลอดจนสตรีมีครรภ์ และการที่ประเทศไทยได้ลงมติ
“งดออกเสี ย ง” และไม่ คั ด ค้ า นต่ อ ข้ อ มติ ก ารพั ก ใช้ โ ทษประหารชี วิ ต ในการประชุ ม สมั ช ชาใหญ่ แ ห่ ง
สหประชาชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศไทยลงมติคัดค้านมา
โดยตลอด นอกจากนี้ ในแผนสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ฉบั บ ที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๖) ก็ มี ตั ว ชี้ วั ด ที่
ระบุ ถึ ง การยกเลิ ก โทษประหารชี วิ ต ในประเทศไทย โดยมี เ ป้ า หมายสำ � คั ญ ในการที่ จ ะให้ ก ฎหมายที่ มี
กำ � หนดโทษประหารชี วิ ต ได้ เข้ า สู่ ก ารพิ จ ารณาของรั ฐ สภาให้ มี ก ารยกเลิ ก ให้ เ ป็ น โทษจำ� คุ ก ตลอดชี วิ ต
สำ�หรับในการดำ�เนินการต่อไปนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในฐานะที่เป็นหน���วยงานที่รับผิดชอบหลัก
ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมรณรงค์เปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตตามหลัก
สิทธิมนุษยชนสากลให้เป็นไปตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยกระดับกฎหมายภายในประเทศให้
ทัดเทียมกับหลักสิทธิมนุษยชน โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ผลักดันให้วาระการเปลี่ยนแปลง
โทษประหารชีวิต มีการสานต่อในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑) เพื่อยก
ระดับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
โดยปรากฏในแผนสิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำ�หนดขั้นตอนการดำ�เนินงานโดยสรุป ดังนี้
๑. เผยแพร่ ใ ห้ ค วามรู้ ด้ า นกฎหมายสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแก่ บุ ค ลากรในกระบวนการยุ ติ ธ รรมและ
ประชาชน โดยเฉพาะแนวคิ ด เรื่ อ งศั ก ดิ์ ศ รี ค วามเป็ น มนุ ษ ย์ และสิ ท ธิ ใ นการมี ชี วิ ต ซึ่ ง เป็ น
สิทธิขั้นพื้นฐาน
๒. พยายามดำ�เนินการเพื่อประกาศพักการประหารชีวิตในทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการทันที
และสนั บ สนุ น มติ พั ก โทษการประหารชี วิ ต ของที่ ป ระชุ ม สมั ช ชาใหญ่ แ ห่ ง สหประชาชาติ
โดยมีเจตจำ�นงที่จะออกกฎหมายให้เปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิต ในปี ๒๕๕๗
๓. เสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อลดจำ�นวนความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะ
อาชญากรรมที่ไม่ถือเป็นอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ ภายในปี ๒๕๖๐
๔. ลงนามและให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับ ฉบับที่ ๒ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย
สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เรื่อง มุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิต ภายในปี ๒๕๖๑
๕. สร้างเรือนจำ�ความมั่นคงสูงเพื่อรองรับนักโทษประเภทคดีอุกฉกรรจ์
53