รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖ ๒.๑.๓ การอพยพเข้ามาในประเทศไทยของชาวโรฮิงญา ๑) เกณฑ์การประเมิน (๑) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ ได้วางหลักไว้ว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความ เสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง” มาตรา ๓๐ ได้วางหลักไว้ว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน และการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเรื่องถิ่นกำ�เนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของ บุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำ�มิได้ (๒) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการขจั ด การเลื อ กปฏิ บั ติ ท างเชื้ อ ชาติ ใ นทุ ก รู ป แบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination : CERD) ได้วางหลักการของความเสมอภาคของมวลมนุษย์ และต้องคำ�นึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาเหล่านั้น โดยส่ง เสริมและสนับ สนุนให้เ คารพและนับถือในสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเขามนุ ษย์ ทั้งมวล โดยที่จะต้องไม่แบ่งแยกความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติ ภาษา หรือ เพศ เนื่องจากมนุษย์ทุกคน ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมาอิสระ และเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (๓) พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติว่า “บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร จะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ และตาม กำ�หนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา” 43

Select target paragraph3