รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖ การใช้ เ สรี ภ าพของสื่ อ มวลชนในสั ง คมไทยได้ เ กิ ด สื่ อ ขึ้ น อย่างมากมาย แต่ละฝ่ายเปิดดำ�เนินการสื่อของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี วิทยุชุมชน สื่อออนไลน์ ซึ่งแต่ละฝ่าย ต่างใช้สื่อเพื่อรายงานข่าว ความคิดเห็นหรือจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งเป็นการนำ�เสนอข่าวอย่างไม่รอบด้านเป็นลักษณะสื่อเลือกข้าง โดยเฉพาะ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมมีการแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน ทำ�ให้สังคมตั้งคำ�ถาม ถึ ง การใช้ เ สรี ภ าพในการทำ � หน้ า ที่ ข องสื่ อ มวลชนว่ า มี ส่ ว นที่ ทำ � ให้ สั ง คมเกิ ด ความขัดแย้ง ความแตกแยก ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ละเมิดกฎหมาย สิทธิ เสรีภาพของบุคคลอื่นเสียเอง นอกจากนี้ ยังมีคำ�กล่าวหาและข้อสงสัยถึง ความไม่เป็นกลางของสื่อมวลชน สื่อไม่ได้สร้างหรือเปิดพื้นที่อย่างเป็นธรรม กับความเห็นที่แตกต่างหรือบุคคลที่ถูกพาดพิง ข่าวที่สื่อนำ�มาเสนอแตกต่าง กับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งคำ�ถามและข้อสงสัยเหล่านี้มีผล กระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและความน่าไว้วางใจในการทำ�หน้าที่ของ สื่อมวลชนในปัจจุบัน จนทำ�ให้เกิดเหตุการณ์การคุกคามการทำ�หน้า ที่ ข อง สื่อมวลชนหลายครั้ง เช่น กรณีบุกยิงรถข่าวของ ASTV ที่อาคารสำ�นักงานใน เครือของ ASTV ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๖ กรณีบุกขว้างประทัดใส��ป้อมยาม บริเวณทางเข้า-ออก สำ�นักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ และกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เคลื่อนขบวน มวลชนไปสถานีโทรทัศน์หลายแห่งเพื่อเจรจาขอเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอด สดการประกาศชัยชนะของกลุ่ม กปปส. เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นต้น สื่อมวลชนไม่ได้รับความปลอดภัยในการทำ�หน้าที่ จนเป็นเหตุทำ�ให้สื่อมวลชน บางคนเสี ย ชี วิ ต และได้ รั บ บาดเจ็ บ จากการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ติ ด ตามทำ � ข่ า ว เหตุการณ์ความรุนแรงของการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นสาเหตุสำ�คัญที่ทำ�ให้ รัฐบาลต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ บางพื้ น ที่ ใ นเขตกรุ ง เทพมหานคร และปริ ม ณฑล เพื่ อ รองรั บ สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำ�ความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) มีแนวคิดที่จะตรวจสอบและออก กฎเกณฑ์ในการควบคุมการใช้แอปพลิเคชั่น Line (ไลน์) โดยอ้างว่าเพื่อการ ป้องกันปัญหาการกระทบกับความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อย และ 41

Select target paragraph3