รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖ ในรอบปีที่ผ่านมา สถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ทั้งในเหตุการณ์ปิดล้อมทำ�เนียบรัฐบาล และกองบัญ ชาการตำ�รวจนครบาล ระหว่างวันที่ ๑-๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ และการชุมนุมคัดค้า นการ เลือกตั้งบริเวณสนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ รัฐบาลได้ดำ�เนินการกับ ผู้ชุมนุมโดยขาดความระมัดระวัง จนทำ�ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ชุมนุม และประชาชนทั่วไป อันเป็นการกระทำ�ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาล ไม่ อ าจปฏิ เ สธความรั บ ผิ ด ชอบได้ อี ก ทั้ ง รั ฐ บาลมี ห น้ า ที่ ดู แ ลทุ ก ข์ สุ ข ของประชาชนตามที่ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายอื่นได้กำ�หนดไว้ รัฐบาลจึงต้องดำ�เนินการให้ความช่วยเหลือและ เยียวยาตามสมควรแก่ผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนและทั่วถึงอย่างแท้จริง ๒. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล และสื่อมวลชน การแสดงความความเห็นของบุคคลและการนำ�เสนอข่าว ของสื่อมวลชนเป็นเสรีภาพของบุคคลและสื่อมวลชนตามกฎหมายที่สามารถกระทำ �ได้ ถ้าไม่ละเมิดสิทธิ ของผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญ สถานการณ์ที่สื่อมวลชนถูกคุกคามจนทำ�ให้สื่อมวลชนต้องเสียชีวิตและได้รับ บาดเจ็บ รัฐจึงจะต้องมีมาตรการในการปกป้องคุ้มครองการทำ�หน้าที่สื่อมวลชนให้ได้รับความปลอดภัย ในส่วนของสื่อมวลชนเองก็จะต้องทำ�หน้าที่นำ�เสนอข่าวสารและแสดงความคิดเห็น โดยยึดมั่นในกรอบ จริยธรรมแห่งวิชาชีพ ไม่นำ�เสนอข่าวด้วยความลำ�เอียงหรือมีอคติและไม่รอบด้าน จนทำ�ให้เกิดความ แตกแยกขัดแย้งในสังคมไทย ส่วนกรณีที่รัฐมีแนวคิดที่จะตรวจสอบการใช้งานโปรแกรมไลน์ และการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคม ออนไลน์นั้น รัฐจะต้องระมัดระวังการใช้อำ�นาจหน้าที่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ และกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยการแสดงความคิดเห็นหรือนำ�เสนอข่าว ถึงแม้จะ มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐนั้น แต่การใช้เสรีภาพจะต้องคำ�นึงถึง ศั ก ดิ์ ศ รี ค วามเป็ น มนุ ษ ย์ สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพของบุ ค คล ตามบทบั ญ ญั ติ แ ห่ ง รั ฐ ธรรมนู ญ และเสรี ภ าพ ในการสื่ อ สารที่ ช อบด้ ว ยกฎหมาย ดั ง นั้ น สื่ อ มวลชนจึ ง ควรใช้ เ สรี ภ าพในการแสดงความคิ ด เห็ น โดยไม่เป็นการก้าวล่วงละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น แต่หากหน่วยงานของรัฐเป็นผู้กระทำ�การละเมิดสิทธิ ของบุ ค คลอื่ น เสี ย เอง ก็ จ ะต้ อ งรั บ ผิ ด ชอบซึ่ ง อาจถู ก ฟ้ อ งร้ อ งดำ � เนิ น คดี ต ามกฎหมายได้ อี ��� ทั้ ง ในข้อเท็จจริงแล้ว หน่วยงานของรัฐมีระบบในการสืบสวนหาข้อมูลในทางอื่นไม่ใช่เฉพาะไลน์ ดังนั้น การที่ ห น่ ว ยงานของรั ฐ จะทำ � การตรวจสอบและออกกฎเกณฑ์ ค วบคุ ม การใช้ ไ ลน์ โดยไม่ ผ่ า นการ ตรวจสอบของศาลยุติธรรมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย 13

Select target paragraph3