สถานการณ์ในภาพรวมของการทาไร่หมุนเวียนของชุมชนกะเหรี่ยงใน ๑,๖๓๐ ชุมชน พบว่า จานวนร้อยละ ๕๔ ยังคงทาไร่หมุนเวียนเป็นวิถีชีวิตหลัก จานวนร้อยละ ๑๕ เป็นชุมชนที่ไร่หมุนเวียน ไม่ได้เป็นวิถีหลักและบางส่วนแทบไม่หลงเหลือพื้นที่ไร่หมุนเวียนและจานวนร้อยละ ๓๒ เป็นชุมชนที่ กาลังมีการเปลี่ยนแปลงในวิถีไร่ห มุนเวียนอย่างเข้มข้นและมีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยนไปสู่การทา เกษตรรูปแบบอื่นหรือปรับลักษณะการใช้ที่ดิน จากสถานการณ์ข้างต้นสามารถจาแนกลักษณะการเปลี่ยนแปลงออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ได้แก่ ๑. ชุ ม ชนที่ ยั ง “ท าไร่ ห มุ น เวี ย นเป็ น วิ ถี ห ลั ก ” ซึ่ ง มี ค วามใกล้ เ คี ย งกั บ ในอดี ต หรื อ ยั ง ไม่ เปลี่ยนแปลงไปจากวิถีปกติ ชุมชนกะเหรี่ยงลักษณะนี้ยังคงทาไร่หมุนเวียนปลูกข้าวเป็นฐานสาคัญในการ เลี้ยงชีพและยังรักษารอบหมุนเวียนพื้นที่และการพักฟื้นพื้นที่ยาวนานในระยะ ๗-๒๐ ปี โดยในกรณีนี้ พบว่าหลายชุมชนได้ปรับเปลี่ยนในลักษณะเชิงการปรับตัว ใน ๒ ลักษณะใหญ่ ได้แก่ (๑) การปรั บ เปลี่ ย นจากการท าไร่ห มุนเวี ยนอย่ างเดียวในอดี ต สู่ การจัดการพื้นที่ ก ารใช้ ประโยชน์ใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่นาข้าวพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ชา กาแฟ ผลไม้ ผัก ในกลุ่มนี้เน้นการจัดการ พื้นที่เกษตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน แต่ยังคงรักษาพื้นที่ไร่ หมุนเวียนของชุมชนให้เป็นพื้นที่หลักและจะมีการปรับลดขอบเขตแปลง ปรับรอบและระยะหมุนของ บางแปลงให้เหมาะสม เรียกได้ว่าเป็นลักษณะการปรับตัวที่มีความหลากหลาย ผสมผสานวิถีเกษตรบนที่ สูงมากขึ้น แต่ยังให้ความสาคัญกับการาจัดการสมดุลของมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจและ วัฒนธรรมของชุมชน (๒) ชุมชนที่ยังมีพื้นที่ไร่หมุนเวียนเป็นหลักในการตอบสนองเรื่องข้าวเพื่อยังชีพในครอบครัว แต่เริ่มมีแนวโน้มที่จะปรับ ไปสู่ การเปลี่ยนไปสู่ แปลงพืชเชิงเดี่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดและพืช เศรษฐกิจที่หน่วยงานต่างๆ ส่งเสริม ในขณะที่แรงจูงใจในการรักษาไร่หมุนเวียนลดลงจากแรงกดดันและ ปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงกลุ่ มที่หันกลับไปทาไร่ในแปลงไร่หมุนเวียนเดิมที่ยุคหนึ่งเคย ถูกปล่อยทิ้งไม่ทาประโยชน์ ๒. ชุมชนที่ไร่หมุนเวียนไม่ได้เป็นวิถีชีวิตหลักเช่นในอดีต ซึ่งมีทั้งกรณีชุมชนที่ไม่หลงเหลือพื้นที่ ไร่หมุนเวียนแล้วในปัจจุบัน และมีทั้งเริ่มลดพื้นที่ไร่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการผลิต แบบดั้งเดิมสู่ระบบเกษตรรูปแบบอื่น เช่น ไร่ข้าวโพด และกาลังเปลี่ยนไปสู่แปลงพืชเชิงเดี่ยวสลับชนิดใน แต่ละรอบปี ลักษณะนี้เรียกได้ว่าแทบจะไม่หลงเหลือวิถีไร่หมุนเวียนและได้กลายเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่ ได้เปลี่ยนวิถีการผลิตหลักและการหาเลี้ยงชีพไปสู่รูปแบบอื่นและยังพบกรณีชุมชนที่ได้เปลี่ยนพื้นที่ไร่ หมุนเวียนในอดีตสู่แปลงเกษตรเชิงเดี่ยวถาวร จนแทบไม่เหลือพื้นที่ไร่หมุนเวียน แต่ปัจจุบันพบว่าเริ่มมี การปรับลดพื้���ที่พืชเชิงเดี่ยวลงและหลายพื้นที่มีแนวโน้มในการฟื้นฟูทรัพยากร ฟื้นฟูระบบไร่หมุนเวียน ของตัวเองและมีแนวโน้มไปสู่การจัดการพื้นที่แบบใหม่ในลักษณะการผสมผสานมากขึ้น ๓.๒ สถำนภำพที่ดินตำมกฎหมำยกับชุมชนกะเหรี่ยง จากข้อมูลจานวนชุมชนกะเหรี่ยงข้างต้น พบว่ามีสถานะที่ดินและเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลัก ๖ ฉบับ ทีส่ ่งผลกระทบโดยตรงกับวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ๒) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ๓) พระราชบัญญัติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ๓๙

Select target paragraph3