บทที่ ๓ ชุมชนกะเหรี่ยงภำคเหนือกับไร่หมุนเวียน ในบทนี้ นาเสนอผลการสารวจข้อมูล ชุมชนกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ)๑๙ ต่อประเด็นการทาไร่ หมุนเวียนในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนพื้นเมืองดั้งเดิมบนที่สูง ตั้ ง ถิ่ น ฐานอยู่ จ านวนมาก ประกอบด้ ว ยจั ง หวั ด เชี ย งใหม่ จั ง หวั ด เชี ย งราย จั ง หวั ด ล าปาง จั ง หวั ด แม่ฮ่องสอนและจังหวัดตาก ๓.๑ จำนวนชุมชนกะเหรี่ยงภำคเหนือกับกำรทำไร่หมุนเวียน ผลการส ารวจข้ อ มู ล ในพื้ น ที่ เ ป้ า หมาย พบว่ า มี ชุ ม ชนกะเหรี่ ย งที่ ยั ง เกี่ ย วข้ อ งกั บ การท าไร่ หมุนเวียน จานวน ๑,๖๓๐ ชุมชน โดยจาแนกเป็นรายจังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ มีจานวนมากที่สุด จานวน ๖๔๗ ชุมชน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จานวน ๕๑๙ ชุมชน จังหวัดตาก จานวน ๔๑๒ ชุมชน จังหวัดเชียงรายจานวน ๓๑ ชุมชน จังหวัดลาปาง จานวน ๒๑ ชุมชน แผนภูมิแสดงภำพรวมสถำนกำรณ์ไร่หมุนเวียนของชุมชน ทาไร่หมุนเวียนเป็นหลัก ๓๒ % ๑๕ % ๕๔ % ไร่หมุนเวียนไม่ได้เป็นวิถีหลัก แนวโน้มสูงในการปรับเปลี่ยนสู่ รูปแบบอื่น คนกะเหรี่ยงเรียกตัวเองว่าปกาเกอะญอหมายถึงคนหรือมนุษย์นั่นเอง ปัจจุบันมีพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงและเกิดการปรับตัวอย่าง มากจากเดิมมีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน จากกะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผีบรรพบุรุษ นับถิ่ นสิ่งที่เรียกว่าหมื่อกาเคล่อ เชื่อเรื่องต้นโพธิ์เป็น ต้นไม้ใหญ่เป็นมี่มาของการมาเกิดเป็นมนุษย์ ต่อมาหันมานับถือพุทธศาสตร์และ คริสต์เป็นต้น จากการบันทึกเป็นบทธาและนิทานที่เล่าสืบ ต่อกันมา กะเหรี่ยงภาคเหนือมีความเชื่ อว่า คนทุก คนเกิดมาจะมีสิ่งที่เรียกว่าหมื่อ กาเคล่อ ผู้กาหนดส่งมาเกิดหรือเรียกว่า ��ก่อ ะจ่า มี ความหมายแปลเป็นภาษาไทยว่าเจ้าหรือพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง สาหรับการนับถือศาสนาทั้งพุทธศาสนาและคริตส์ศาสนา เกิดขึ้นทีหลังมา พร้อมกับการถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีปรับเปลี่ยนความเชื่อเป็นศาสนา กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่ม ย่อย ประกอบด้วย ๑) กะเหรี่ยงจกอ (สะกอ) เป็นกลุ่มที่มีจานวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง ๒) กะเหรี่ยงโปว์(โพล่ว์) ๓) กะเหรี่ยงบเว ๔) ปะโอ หรือตองสู ซึ่งมีจานวนน้อยมากในประเทศไทย ๑๙ ๓๘

Select target paragraph3