ของรั ฐ ธรรมนู ญแห่ งราชอาณาจั กไทย (ฉบับชั่ว คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ บัญญัติรับรองไว้ต้อ งมี
มาตรการดาเนินการเพื่อแก้ไขปั ญหาทั้งที่เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและมาตรการระยะยาวหรือ
เป็นเชิงนโยบาย
ต่อเรื่องดังกล่าวนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีความเห็นสอดคล้องกับความเห็น
ของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่าว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐอ้างคาสั่งคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติฉบับที่ ๖๔/๒๕๕๗ และฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ เข้าดาเนินการต่อประชาชนในพื้นที่ตามกรณี
ร้องเรียนทั้งหมดนั้น เป็นไปในลักษณะการกระทาที่ขัดขวางและส่งผลกระทบต่อสิทธิในการบริห าร
จัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยและการไม่ถูกบังคับไล่ร���้อ ของ
ราษฎรถือได้ว่าเป็นการกระทาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสมควรที่รัฐไทยในฐานะที่มีหน้าที่ใน
การคุ้มครองสิทธิของประชาชนไทยต้องดาเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นโดย
เห็นสมควรกาหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ
สิ ทธิมนุ ษยชนด้านที่ดิน และป่ าและได้พิจารณาในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการ
คุ้มครองสิทธิมนุษยชนครั้งที่ ๒๕/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ แล้วจึงมีมติกาหนดมาตรการการ
แก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังคณะรัฐมนตรีกองอานวยการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจั ก รและกระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มและมอบหมายให้ ส านั ก งาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอทราบผลการดาเนินการและพิจารณาดาเนินการตามมาตรา ๓๐
และ ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการพิจารณาเพื่อพิสูจน์สิทธิ์และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์แก่ประชาชน พบว่ามี
ประชาชนจานวนมากที่อาศัยและทาประโยชน์อยู่ในเขตที่ดินประเภทต่างๆ ของรัฐ ซึ่งได้มีการแก้ไขด้วย
กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ แต่ก็พบว่าการดาเนินการมีความล่าช้า เนื่องจากปัญ หาข้อจากัดด้านโครงสร้าง
บุคลากร งบประมาณ กฎหมายและมาตรการต่างๆ ในการโยกย้ายประชาชนออกจากพื้นที่อนุรักษ์ ทา
ให้ส่งให้ความขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันหน่วยงานรัฐได้ประกาศ
เขตที่ดินของรัฐไปแล้วไม่ต่ากว่า ๑๕๐ ล้านไร่ ในด้านหนึ่งแม้จะช่วยให้สามารถรักษาที่ดินของรัฐในทาง
กฎหมายเอาไว้ได้ แต่ขณะเดียวกันได้สร้างปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินระหว่างราษฎร
กับหน่ว���งานรัฐสืบเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
๓๗