ความมั่นคงที่แท้จริงและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาพื้นที่ไม่มีความชัดเจน ขัดแย้งกับความเป็นจริงและ
ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง หลายประการ อาทิ การใช้มติ ครม. คุณภาพลุ่ม น้ามาเป็นเกณฑ์พิจารณาที่ไม่
สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ไม่สามารถดาเนินการได้ในทุกชั้นคุณภาพลุ่มน้า ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงที่
ยั งมีกรณีไม่เป็ น ธรรมในการประกาศเขตป่าทั บ พื้นที่ชุ มชนและมีชุ มชนจานวนมากถู กจัด อยู่ ใ นชั้ น
คุณภาพลุ่มน้าที่ไม่สามารถเข้าเกณฑ์นโยบายดัง กล่าว การใช้ มติ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งก็เป็นมติที่ไม่
เป็นธรรมกับชุมชน
ด้านนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาป่าไม้หรือที่เรียกว่า “การทวงคืนผืนป่า” กลับส่งผลกระทบอย่าง
มากต่อประชาชน โดยเริ่มจากการออกคาสั่งจานวนสองฉบับ ได้แก่ คาสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔/๒๕๕๗
เรื่อง การปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทาลายทรัพยากรป่าไม้ และ คาสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๖/
๒๕๕๗ เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสาหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทาลายทรัพยากรป่าไม้ และ
นโยบายการปฏิ บั ติ ง านเป็ น การชั่ ว คราวในสภาวการณ์ ปั จ จุ บั น เมื่ อ วั น ที่ ๑๔ และ ๑๗ มิ ถุ น ายน
ตามลาดับ คาสั่ง คสช.ทั้งสองฉบับดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของไทย
ไปอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือคาสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔, ๖๖/๒๕๕๗ เป็นคาสั่งที่เป็นกระบวนการรวบอานาจ
และลดทอนความซับซ้อนของปัญหาโดยทาการโอนอานาจการจัดการป่าจากหน่วยงานราชการไปให้
สถาบันทหารเป็นองค์กรหลักในการใช้อานาจสั่งการ ควบคุม และอาศัยมาตรกา���ใช้ความรุนแรงเข้า
ดาเนินการแก้ไขปัญหาป่าไม้เป็นมาตรการหลักแทนมาตรการอื่นโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน
ที่เคยมีมาก่อน
โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศใช้ “แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทาลายทรัพยากรป่าไม้ฯ” เกิด
ขึ้ น มาจากการสั่ ง การของ คสช. ที่ ม อบหมายให้ กอ.รมน.กั บ กระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ
สิ่งแวดล้อมวางยุทธศาสตร์ในการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และจัดทาแผนแม่บทกาหนดเป้าหมาย
ที่จะต้องดาเนินการให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามห้วงเวลาที่กาหนด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาไปเป็น
แนวทางในการวางแผนปฏิบัติการในส่วนของตนเองให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ แผน และเป้าหมายที่
กาหนด คือ การพิทักษ์รักษาพื้นที่ป่าไม้ให้มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ให้ได้พื้นที่ป่าไม้ อย่างน้อย ๔๐% ของ
พื้นที่ประเทศ จากการดาเนินงาน “การทวงคืนผืนป่า” จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสาคัญที่ รัฐบาลจะต้อง
ด าเนิ น การอย่ า งจริ ง จั ง โดยกรมป่ า ไม้ และกรมอุ ท ยานแห่ ง ชาติ สั ต ว์ ป่ า และพั น ธุ์ พื ช กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงผลการดาเนินงาน "การทวงคืนผืนป่า ” ซึ่งยังดาเนินการ
อย่างต่อเนื่องตามคาสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และคาสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ เพื่อปราบปรามและหยุดยั้งการ
บุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไม้ ทั้งนี้ ในการดาเนินการดังกล่าว ได้มีการบูรณาการปฏิบัติงานร่ว มกับ
กองทัพไทย สานักงานตารวจแห่งชาติ กองอานวยการรักษาความมั่นคงภายใน และกระทรวงมหาดไทย
โดยสามารถดาเนินการทวงคืนผืนป่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จานวน ๒๘๐,๐๐๐ ไร่ ผู้ต้องหาจานวน
๑,๑๘๓ คน จานวนคดี ๖,๙๑๙ คดี และไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๙ (๑ ตุลาคม ๒๕๕๘–๒๘
ธันวาคม ๒๕๕๘) ดาเนินการทวงคืนผืนป่าไปแล้วจานวน ๓๕,๑๓๑.๒๑ ไร่ ผู้ต้องหาจานวน ๑๑๙ คน
จานว��คดี ๙๘๒ คดี
๒๘